Blog คือ อะไร? ทำไมนักการตลาดออนไลน์ถึงควรใช้ WordPress (CMS)

Blog คือ อะไร? ทำไมนักการตลาดออนไลน์ถึงควรใช้ WordPress (CMS)ลองไปถามคนรอบตัวเราเล่น ๆ ดูสิครับว่า Blog คืออะไร, รู้จัก CMS มั้ย, ทำ WordPress เป็นรึเปล่า ? ผมเชื่อเลยว่ามีไม่กี่คนหรอกที่ตอบเรื่องพวกนี้ได้ มันเลยทำให้ผมต้องเขียนบทความนี้ขึ้นมานั่นเองครับ

วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจทั้งหมดให้เพื่อน ๆ ร้องอ๋อ  ไล่ตั้งแต่ Blog คืออะไร CMS คืออะไร มีอะไรบ้าง WordPress คืออะไร มีกี่ประเภท แตกต่างกันยังไง และปิดท้ายด้วยเรื่องของ Theme WordPress รับรองบทความนี้บทความเดียว “จบ” ได้ความรู้ไปเต็ม ๆครับ

เริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า Blog คือ อะไร?

เราน่าจะเคยได้ยินคำว่า Blog มาตั้งนานหลายปีแล้วใช่มั้ยครับ ซึ่ง Blog เนี่ยก็เป็นเว็บไซต์แบบนึงนี่แหละ แต่ออกแนวเป็นคล้าย ๆ บันทึกส่วนตัวมากกว่า ให้อารมณ์เหมือนการเขียนไดอารี่ เพราะบทความที่ใหม่สุดก็จะอยู่บนสุด ส่วนบทความเก่า ๆ ก็จะอยู่ลึกลงไปข้างล่าง ถ้าใครอยากอ่านก็อาจต้องค้นหากันไล่ลงไปเรื่อยๆ

ระบบ Blog มันก็มีความยุ่งยากในตัวของมันเอง แต่ที่คนชอบใช้กันก็เพราะ มันไม่เสียตังค์นั่นเอง เราเลยจะเห็น “Blogger” หน้าใหม่ ๆ โผล่ขึ้นมาเป็นดอกเห็ด คอยเขียนเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป บางคนให้ความรู้จนเป็นที่โด่งดัง กลายเป็นคนมีชื่อเสียงไปเลยก็มี บางคนรับรีวิวสินค้า โฆษณาเข้า ทำเงินไปเป็นหมื่นเป็นแสน กลายเป็นอาชีพหลักไปเลยก็ได้เหมือนกัน หรือบางคนมีสินค้าเจ๋ง ๆ อยากขาย ผมก็เห็นเค้าใช้ Blog เนี่ยแหละเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการกระจายสินค้า

การสร้าง Blog จึงเป็นการลงทุนที่ไม่ต้องเสียเงินสักบาท อาศัยแค่แรงใจและความชอบก็สามารถเกิดเป็นช่องทางสร้างรายได้ได้แล้ว

CMS คือ อะไร เกี่ยวข้องกับ Blog ยังไง?

แต่กว่าจะออกมาเป็น Blog ให้ใช้งานกันได้สะดวกสบายแบบทุกวันนี้นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ เพราะนักพัฒนาเค้าต้องทำการบ้านกันอย่างหนัก ในการผลิตระบบขึ้นมาตัวหนึ่งชื่อว่า Content Management System หรือที่เรียกกันว่า CMS นั่นเอง ซึ่งมันคือ ระบบที่เน้นในการจัดการเนื้อหาและบทความ ทำให้คนธรรมดาที่เขียนโปรแกรมไม่ได้ อ่านภาษาคอมฯ ไม่ออก ก็สามารถสร้าง Blog สร้าง Website ของตัวเองขึ้นมาได้ ซึ่ง CMS นี่แหละครับที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความง่ายทั้งหมดทั้งมวลของโลกออนไลน์

แล้วโปรแกรม CMS มีอะไรบ้างล่ะ?

ถ้าจะให้ไล่ยาวทั้งหมด 3 วันก็คงไม่จบ ก็ตัวโปรแกรม CMS มันมีเยอะแยะมากมายตั้งแต่ WordPress, Joomla, PhpBB, Magento, Prestashop, Simple Machines, Open Cart, etc.

แต่ละโปรแกรมก็จะมีจุดแข็งจุดอ่อนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการสร้างเว็บไซต์ของเรามากกว่าว่าเหมาะกับ CMS ตัวไหน บางตัวก็ช่วยในเรื่องการขายของออนไลน์ บางตัวก็เด่นในเรื่องนำเสนอคอนเทนต์ แต่ตัวที่เราจะมาเจาะลึกกัน วันนี้คือเจ้าตัว WordPress ที่ขึ้นแท่น CMS อันดับ 1 ของเมืองไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเองครับ

WordPress คือ อะไร? มาทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กัน

WordPress นี่ก็เป็นโปรแกรมสำเร็จรูป CMS ที่เอาไว้สร้าง Blog สร้าง Website นั่นแหละ ตอนแรกเลยเนี่ย WordPress เกิดมาเพื่อทำหน้าที่เป็น Blog เฉย ๆ แต่เพราะมันปรับแต่งได้หลากหลาย ลูกเล่นเยอะเหลือเกิน มีตั้งแต่ Plug-in ไปจนถึง Theme มากมายให้เลือกใช้กันไม่ถูก เลยทำให้คนเอาไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย จนตอนนี้ WordPress กลายเป็นทั้ง Blog ร้านค้าออนไลน์ เว็บไซต์ และกระดานข่าวสารไปแล้ว!

และด้วยกับข้อดีทุกอย่างที่บอกไป ทั้งใช้ง่าย สวย ลื่น ฟรี ลูกเล่นเยอะ และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทำให้ตอนนี้มีผู้ใช้งาน WordPress มากกว่า 200 ล้านเว็บไซต์ ทิ้งห่าง CMS ตัวอื่นแบบชนิดที่ว่าไม่เห็นฝุ่นกันเลยทีเดียว

ความแตกต่างระหว่าง WordPress.com และ WordPress.org

ถ้าใครได้ลองเข้าไปสมัครใช้งาน WordPress คงจะเห็นว่าจริง ๆ แล้วมันมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ แบบ .com และ .org ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้มีข้อดีข้อเสียต่างกันเล็กน้อยตามนี้เลยครับ

WordPress.com คือ อะไร?

ตัว WordPress.com ก็เหมือนกับ Blog ทั่วไปที่เปิดให้บริการฟรี ๆ มีธีมให้เลือกว่าเราอยากได้หน้าตาเว็บไซต์แบบไหน แถมมีโดเมนมาให้พร้อมเลย แต่โดเมนตรงนี้จะเป็น .wordpress.com นะครับ เช่น เราตั้งชื่อเว็บไซต์ว่า warrior ก็จะเป็น warrior.wordpress.com นั่นเอง

ข้อดีของ WordPress.com คือ

  • ฟรีทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ (สามารถ Upgrade ใช้ Function ทีมากขึ้นได้ด้วยการจ่ายเงินเป็นรายเดือน)
  • ไม่ต้องเสียค่า Hosting เพราะข้อมูลถูกเก็บไว้บนเซิฟเวอร์ของ com
  • มีการอัพเดตระบบอยู่ตลอดเวลา
  • มี Plug-in จำเป็นให้บริการพร้อม ไม่ต้องไปติดตั้งเพิ่มเติมให้ยุ่งยาก

ข้อเสียของ WordPress.com คือ

  • ชื่อโดเมนมีคำว่า .com ต่อท้าย (แก้ไขโดยการชำระเงินค่าโดเมนเพิ่ม)
  • ปรับแต่งได้ก็จริง แต่ได้น้อยมาก เต็มที่ก็ได้แค่สีกับธีมนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น
  • โหลด Plug-in เพิ่มไม่ได้ 

WordPress.org คือ อะไร?

มาถึงด้านของ WordPress.org ต้องบอกเลยครับว่าเจ้าตัวนี้ก็เหมือนตัวข้างบนทุกอย่าง แต่ WordPress.org จะเป็นเหมือนการถอดมาแต่เฉพาะระบบเท่านั้น เราต้องหา Hosting เอง จดโดเมนเอง เลือกธีมเอง เสริม Plug-in ใหม่ทั้งหมดเอง (แต่ก็ไม่มีอะไรยากเกินใจเราหรอกครับ อยากใช้ของดีก็ต้องขวนขวายกันหน่อย)

ข้อดีของ WordPress.org คือ

  • ปรับแต่งได้ทุกแบบตามใจเรา อยากเฟี้ยว อยากแนวแค่ไหน เนรมิตได้หมด
  • Plug-in ก็เยอะสุด ๆ ช่วยเสริมนั่น เพิ่มประสิทธิภาพนี่ อำนวยความสะดวกเว่อร์
  • ใครเขียนโค้ดเป็นก็ปรับแต่งทุกอย่างเองได้เลย
  • เลือก Hosting เจ้าที่ต้องการได้
  • และสุดท้ายนะครับorg มีธีมให้เลือกใช้งานเยอะมาก แล้วคุณจะสนุกกับการเลือกธีมจนลืมสร้างเว็บไซต์ไปเลยล่ะครับ

ข้อเสียของ WordPress.org คือ

  • มีค่าใช้จ่ายในเรื่อง Hosting และ โดเมน ที่จำเป็นต้องเสีย
  • ไม่ง่ายเท่ากับแบบ wordPress.com

เดี๋ยวนะ แล้ว Theme WordPress คือ อะไร ?

ไหน ๆ เพื่อน ๆ ก็อุตส่าห์ติดตามอ่านกันมาจนถึงตรงนี้แล้ว ผมขอเซอร์วิสทุกคนด้วยการอธิบายถึงเรื่อง Theme WordPress กันหน่อยดีกว่า ถือเป็นการปิดฉากแบบสวย ๆ ไปด้วยเรื่องนี้เลยแล้วกัน

ลูกเล่นที่ทำให้ WordPress พุ่งทะยานขึ้นมาแซงหน้าทุก CMS ได้ผมว่าน่าจะเป็นเพราะเรื่องของ ธีม นี่แหละครับ เพราะบน WordPress เนี่ยเราสามารถเปลี่ยนแปลงหน้าตาทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย เหมือนเปลี่ยนเคสโทรศัพท์ยังไงยังงั้นแหละ แถมมีแบบให้เลือกเยอะมากกกกก เยอะจนตาลายเลยแหละครับ เข้าไปครั้งแรกกว่าจะตัดสินใจได้ลงตัวว่าจะเอาอันไหน ใช้เวลาไป 2-3 วันก็มี และที่สำคัญเลยก็คือ มัน “ฟรี” นี่แหละ (ถึงจะมีแบบเสียเงินด้วย แต่แค่แบบฟรีนี่ก็ครอบคลุมทุกอย่างแล้วครับ)

แต่ก่อนจะเลือกธีม WordPress มาใช้งานสักอัน เราต้องดูด้วยนะครับว่า มันเหมาะสมกับสิ่งที่เราจะเอาไปใช้งานมั้ย ไม่ใช่มองแต่ความสวยอย่างเดียว เพราะแต่ละทีมก็อาจจะมีฟีเจอร์ที่แตกต่างกันออกไปเล็กน้อย ถ้าเราเลือกผิดมันก็จะแสดงศักยภาพออกมาได้ไม่เต็มที่ ไหน ๆ จะเสียเวลาทั้งทีก็เลือกให้มันดี ๆ ไปเลยดีกว่าครับ

บทความด้านบนนี้เขียนโดน Freelance 


5 เหตุผลที่นักรบเลือกใช้ WordPress

เหตุผลหลักๆที่เลือกใช้ WordPress เพราะเหมาะสมที่สุดในการต่อยอดการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ เมื่อเว็บไซต์ติดอันดับใน Google ด้วยคีย์เวิร์ดสร้างยอดขาย (Commercial Keywords) จะทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่ออย่างไรกังวลใน Google Search ครับ

  1. ประหยัดเงินทำเว็บไซต์ได้ 1-3 หมื่นบาท หากเลือกสร้างเว็บไซต์เองด้วย WordPress
  2. รองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ๆเสมอ เพราะมีอาสาสมัครทั่วโลกค่อยพัฒนาอย่างเป็นระบบ
  3. รองรับการทำ SEO และ รองรับการใช้ Marketing Tools ได้หลากหลาย
  4. สามารถ Update และปรับแต่งได้เองเต็มที่
  5. รองรับการขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น รองรับคนเข้าได้มากขึ้นสูงถึง 5,000 คน/วัน (สำหรับผู้เริ่มต้น)