10 ขั้นตอนการรับทำ SEO สำหรับมืออาชีพแบบนักรบ ต้องทำอะไรบ้าง?

ขั้นตอนการรับทำ SEO แบบฟรีแลนซ์ เอเจนซี่ บริษัทเจ้าของคนเดียว ไม่ต้องมีพนักงานประจำ

การรับทำ SEO คือ การปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหา ประกอบด้วย 10 ขั้นตอนการรับทำ SEO โดยทีมนักรบ เพื่อทำให้เว็บไซต์ของลูกค้าถูกค้นพบได้มากขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณการเข้าชม และการขายสินค้าหรือบริการของบริษัท 

โดยหลักการในการรับทำ SEO คือ เว็บไซต์ใดและหน้าเว็บที่มีเนื้อหาคุณภาพ มีลิงก์อ้างอิงภายนอก และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ที่มากกว่า จะอยู่ในอันดับที่สูงกว่าของผลการค้นหา

10 ขั้นตอนการรับทำ SEO

ทีมนักรบได้สรุปไว้ใน 10 ขั้นตอน และมีรายละเอียดดังนี้

  1. Keyword Research การวิจัยคีย์เวิร์ด
  2. Keyword Rank Tracking การตรวจสอบและติดตามอันดับคีย์เวิร์ด
  3. SEO Site Audit การตรวจสอบเว็บไซต์เพื่อส่งเสริมการทำ SEO
  4. Onpage SEO Audit : การปรับหน้าเว็บไซต์และคอนเทนต์เพื่อส่งเสริมการทำ SEO
  5. User factor : การเพิ่มประสบการณ์ผู้ใช้และการเพิ่มผู้ใช้งานเพื่อส่งเสริมการทำ SEO
  6. Social Signal: การทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อส่งเสริมการทำ SEO
  7. Link Building: การสร้างลิงก์ภายในและนอกเว็บไซต์เพื่อส่งเสริมการทำ SEO
  8. Algorithm Update: การติดตามการเปลี่ยนแปลงของอัลกอริธึมเพื่อปรับปรุงให้สอดคล้อง
  9. Analysis: การวิเคราะห์ในทุกขั้นตอนการทำ SEO
  10. SEO Report รายงานผลการรับทำ SEO
keyword research icon

1) Keyword Research การวิจัยคีย์เวิร์ด

การวิจัยคีย์เวิร์ดเป็นการค้นหาคำที่คุณต้องการให้เว็บไซต์ติดอันดับ โดยการวิจัยคีย์เวิร์ดเป็นสิ่งที่ต้องทำใหม่และทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับข้อมูลใหม่ ๆ และข้อมูลที่เป็นล่าสุดเพื่อนำมาปรับปรุงหรือสร้างเนื้อหาให้กับเว็บไซต์ต่อไป 

วิธีการวิจัยคีย์เวิร์ดให้มีประสิทธิภาพสามารถทำได้ด้วย 10 ขั้นตอน ได้แก่

  1. กำหนดเป้าหมายในการทำ SEO ของคุณ
  2. ค้นคว้าคีย์เวิร์ดที่ลูกค้าจะค้นหา
  3. ค้นคว้าคีย์เวิร์ดที่คุณคิดขึ้นมา และจากลูกค้าที่จ้างคุณ
  4. ค้นหาชุดคีย์เวิร์ด หรือคำที่เกี่ยวข้อง (Related Keyword)
  5. วิเคราะห์การแข่งขันของคุณสำหรับคีย์เวิร์ดนั้นๆจากค่า Keyword difficulty
  6. พิจารณา User intent จาก Query ของกลุ่มเป้าหมาย
  7. กำหนดกลยุทธ์การนำเสนอคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับเป้าหมาย เช่น การสร้าง Content hub
  8. สร้างหน้า Landing Page ที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับคีย์เวิร์ดของคุณ
  9. ประเมินว่ากลยุทธ์ของคุณใช้ได้ผลหรือไม่ และปรับปรุงต่อไป
  10. ค้นคว้าคีย์เวิร์ดใหม่ๆ และปรับปรุงเนื้อหาเก่าสม่ำเสมอๆ เช่น 6 เดือนครั้ง หรือปีละครั้ง

2) Keyword Rank Tracking : ตรวจสอบและติดตามอันดับคีย์เวิร์ด

การตรวจสอบและติดตามอันดับคีย์เวิร์ด คือ การตรวจสอบและติดตามว่าหน้าเว็บไซต์ของคุณมีอันดับอย่างไรในหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือการค้นหา ซึ่งคุณจะต้องมีรายการคีย์เวิร์ดที่คุณต้องการตรวจสอบและติดตาม แล้วติดตามคีย์เวิร์ดเหล่านั้นในเครื่องมือค้นหาต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน เพื่อให้สามารถเข้าใจถึงสถานการณ์และนำมาปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อไป 

ไม่เพียงแค่นั้น การติดตามอันดับของคู่แข่งของคุณก็มีความสำคัญเช่นกัน เพื่อเป็นเป้าหมายและแนวทางการปรับกลยุทธ์ของเว็บไซต์ต่อไป

seo site audit icon

3) SEO Site Audit ตรวจสอบเว็บไซต์รองรับ SEO

การตรวจสอบเว็บไซต์เป็นกระบวนการประเมินความเป็นมิตรต่อเครื่องมือค้นหาของเว็บไซต์ในหลากหลายด้าน กล่าวคือ เป็นการประเมินประสิทธิภาพโดยรวมของเว็บไซต์ที่ส่งผลต่อ SEO อย่างครอบคลุม โดยจะระบุข้อผิดพลาดที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่สามารถจัดอันดับได้ดี และโอกาสที่จะช่วยให้คุณมีผู้พบเห็นมากขึ้น การตรวจสอบ SEO มักจะครอบคลุมถึงด้านต่าง ๆ เช่น:

  • คุณภาพและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา Quality content and relevance
  • ประสบการณ์ผู้ใช้งาน user experience
  • แผนผังเว็บไซต์ sitemap
  • การเปรียบเทียบกับคู่แข่ง competitor comparative
  • การวิจัยคีย์เวิร์ด keyword research
  • โปรไฟล์ของลิงก์ย้อนกลับ backlink profile เป็นต้น

onpage seo audit icon

4) Onpage SEO Audit : ปรับหน้าเว็บไซต์และคอนเทนต์

การตรวจสอบ SEO บนหน้าเว็บไซต์ คือ การตรวจสอบประสิทธิภาพองค์ประกอบภายในเว็บไซต์ของคุณที่ส่งผลต่อการจัดอันดับการค้นหา เพื่อที่จะได้ทราบว่าควรต้องปรับปรุงอย่างไรให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ ซึ่งการตรวจสอบ SEO บนหน้าเว็บไซต์มีองค์ประกอบดังนี้

  • การใช้คีย์เวิร์ด ทั้งในส่วนหัวข้อ เนื้อหา แท็กชื่อ และ Meta Description มีประสิทธิภาพ ความเหมาะสมและความสอดคล้องกันหรือไม่ 
  • การเชื่อมโยงภายในระหว่างเนื้อหาแต่ละหน้า ว่ามีหน้าไหนสามารถเชื่อมโยงกันได้บ้าง เช่น หากมีการลงเนื้อหาใหม่ที่มีความเชื่อมโยงกับเนื้อหาเดิมที่มีอยู่ในหน้าอื่น ก็ควรโยงไปยังหน้านั้นเพื่อเพิ่มปริมาณการเข้าชมหน้าอื่นบนเว็บไซต์ของคุณ
  • แผนผังเว็บไซต์ การมีแผนผังเว็บไซต์ที่ช่วยให้โปรแกรมรวบรวมข้อมูลของเครื่องมือค้นหาสามารถค้นหาหน้าเว็บในเว็บไซต์ของคุณได้

5) User factor : เพิ่มประสบการณ์ผู้ใช้และการเพิ่มผู้ใช้งาน

ความสัมพันธ์ระหว่าง UX และ SEO เพื่อให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง UX และ SEO อย่างถ่องแท้ สิ่งสำคัญคือเราต้องจำคำจำกัดความโดยละเอียดของ “ประสบการณ์ผู้ใช้” ประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) หมายถึงประสบการณ์โดยรวมที่ผู้เยี่ยมชมมีขณะโต้ตอบกับเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ประกอบด้วยปัจจัยหลายประการ ได้แก่

  • การออกแบบและการจัดวางของเว็บไซต์
  • ความสะดวกในการนำทาง
  • คุณภาพของเนื้อหา
  • การตอบสนองของเว็บไซต์
  • ความประทับใจโดยรวมที่เว็บไซต์สร้างขึ้น

แม้ว่าการออกแบบ UX ที่ดีจะมุ่งเน้นไปที่การมอบประสบการณ์ที่ราบรื่นและน่าพึงพอใจแก่ผู้ใช้ แต่ UX ที่ไม่ดีอาจนำไปสู่ความหงุดหงิดและการละทิ้ง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อ SEO ได้ แท้จริงแล้ว UX และ SEO นั้นมีความผูกพันกันอย่างเคร่งครัด เนื่องจากมีการแบ่งปันตัวชี้วัดร่วมกันระหว่างกัน ซึ่งมีส่วนช่วยในกันและกัน

ตัวอย่างเช่น UX เชิงบวกสามารถนำไปสู่การมีส่วนร่วมที่สูงขึ้น อัตราตีกลับที่ลดลง และอัตราการคลิกผ่านที่ดีขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงบวกต่อ SEO ในทางกลับกัน 

ในทางตรงกันข้าม UX ที่ไม่ดีอาจส่งผลเสียต่อพฤติกรรมของผู้ใช้และส่งผลให้อันดับการค้นหาต่ำลงแต่เรามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ UX และ SEO โต้ตอบกันที่เกี่ยวข้องมากที่สุดกันดีกว่า:

UX เชิงบวกสามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ได้ เนื่องจากผู้ใช้มีแนวโน้มที่จะใช้เวลามากขึ้นบนเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย ดึงดูดสายตา และให้ข้อมูลที่พวกเขาต้องการ เมื่อผู้ใช้มีส่วนร่วมกับเว็บไซต์มากขึ้น พวกเขาก็เต็มใจที่จะแบ่งปันเว็บไซต์กับผู้อื่นมากขึ้น ส่งผลให้มีการเข้าชมมากขึ้นและอันดับการค้นหาดีขึ้น

อัตราการคลิกผ่าน

UX เชิงบวกยังสามารถปรับปรุงอัตราการคลิกผ่าน (CTR) ซึ่งเป็นอัตราส่วนของผู้ใช้ที่คลิกลิงก์ต่อจำนวนผู้ใช้ทั้งหมดที่ดูเพจ CTR ที่สูงเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเครื่องมือค้นหา เนื่องจากเป็นการบ่งชี้ว่าเว็บไซต์มีความเกี่ยวข้องและมีคุณค่าต่อสาธารณะ

6) Social Signal: โซเชียลมีเดียส่งเสริม SEO

ปัจจัยด้านโซเชียลมีเดียแม้ไม่ส่งผลโดยตรงต่อการจัดอันดับของเครื่องมือการค้นหา แต่สามารถเพิ่มการมองเห็นแบรนด์ของคุณในผลการค้นหา สร้างการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ และสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ เพื่อนำไปสู่ผลการจัดอันดับที่ดีขึ้นได้ในระยะยาว โดยสามารถสรุปประโยชน์ของโซเชียลมีเดียต่อ SEO ได้ 2 ประการ ได้แก่ 

  • โซเชียลมีเดียมักเป็นสัญญาณของเนื้อหาคุณภาพสูง เมื่อเนื้อหาได้รับการแชร์ ถูกใจ และแสดงความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย เนื้อหาดังกล่าวสามารถส่งสัญญาณไปยังผู้อ่านว่าเนื้อหานั้นได้รับความนิยมและน่าเชื่อถือ 
  • เพิ่มการมองเห็นและการเข้าชมออนไลน์ การเผยแพร่เนื้อหาคือการแบ่งปันและโปรโมตเนื้อหาของคุณผ่านแพลตฟอร์มและช่องทางต่างๆ กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลมักอาศัยช่องทางโซเชียลมีเดียเช่น X, LinkedIn และ Facebook เพื่อกระตุ้นการเข้าชมเว็บไซต์ผ่านการกระจายเนื้อหาได้

7) Link Building: ลิงก์ภายในและลิงก์ภายนอกเว็บไซต์

การสร้างลิงค์เป็นกระบวนการในการให้เว็บไซต์อื่นที่มีคุณภาพสูงหรือมีความน่าเชื่อถือเชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเพิ่มอันดับการค้นหาของเว็บไซต์ โดยเหตุผลที่ควรสร้างลิงค์มาจากอัลกอลิทึมของเครื่องมือการค้นหาที่ลิงก์ย้อนกลับเป็นหนึ่งในปัจจัยการจัดอันดับที่สำคัญอย่างยิ่ง ยิ่งหน้าเว็บไซต์มีลิงก์ย้อนกลับคุณภาพสูงมากเท่าใด เพจก็ยิ่งมีอันดับสูงขึ้นเท่านั้น ลิงก์ย้อนกลับจึงถือเป็น “คะแนนแห่งความมั่นใจ” สำหรับเว็บไซต์ที่ได้รับลิงก์ การโหวตแต่ละครั้งแสดงให้เห็นว่าเนื้อหาของคุณมีคุณค่า น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์นั่นเองซึ่งวิธีสร้างลิงค์กลยุทธ์และกลยุทธ์การสร้างลิงก์ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้

  • ขอลิงค์ การขอลิงก์คือเมื่อคุณติดต่อกับเว็บไซต์และขอให้พวกเขาเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถขอให้พวกเขาเชื่อมโยงไปยังโพสต์ในบล็อก คำแนะนำเชิงลึก อีบุ๊ค อินโฟกราฟิก กรณีศึกษา การวิจัยและข้อมูลต้นฉบับ เป็นต้น
  • เพิ่มลิงค์ การเพิ่มลิงก์ หมายถึง การไปที่เว็บไซต์อื่นและเพิ่มลิงก์ของคุณที่นั่นด้วยตนเอง คุณสามารถเพิ่มลิงก์ไปยังสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น โปรไฟล์โซเชียลมีเดีย ไดเรกทอรีธุรกิจ ฟอรัม ชุมชน และเว็บไซต์ถามตอบ ความคิดเห็นของบล็อก หรือหน้าโปรไฟล์ผู้ใช้งาน เป็นต้น
  • รับลิงค์ เมื่อคุณได้รับลิงก์ เว็บไซต์อื่น ๆ จะลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของคุณโดยที่คุณไม่ต้องร้องขอและวิธีที่ดีที่สุดในการรับลิงก์คือการสร้างเนื้อหาคุณภาพสูงที่ผู้คนต้องการลิงก์ไป ลิงก์เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อมีคนต้องการลิงก์ไปยังบางสิ่งเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลหรืออ่านเพิ่มเติม

8) Algorithm Update: ติดตามอัลกอริธึมเพื่อปรับปรุง

อัลกอริธึมของเครื่องมือการค้นหาเป็นระบบที่ใช้ในการดึงข้อมูลจากดัชนีการค้นหาและให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับการค้นหาทันที เครื่องมือค้นหาใช้การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมและปัจจัยการจัดอันดับจำนวนมากเพื่อนำเสนอหน้าเว็บที่ได้รับการจัดอันดับตามความเกี่ยวข้องในหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา (SERP) 

ดังนั้นเมื่อมีการอัปเดตอัลกอริธึม จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบต่าง ๆ ของเว็บไซต์ที่ส่งผลต่อ SEO ให้สอดคล้องกับอัลกอริธึมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้เว็บไซต์มีอันดับที่ดีขึ้นหรือคงเดิมเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งสำหรับ Google ในช่วงปีแรก ๆ ได้ทำการอัปเดตอัลกอริทึมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ปัจจุบัน Google ทำการเปลี่ยนแปลงหลายพันรายการทุกปี การอัปเดตเหล่านี้ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กมากจนไม่มีใครสังเกตเห็นเลย อย่างไรก็ตาม ในบางครั้ง เสิร์ชเอ็นจิ้นได้เปิดตัวการอัปเดตอัลกอริธึมที่สำคัญซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลการค้นหาของเว็บไซต์เช่นกัน 

9) Analysis: การวิเคราะห์ในทุกขั้นตอนการทำ SEO

เมื่อผ่านทั้ง 8 กระบวนการที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งที่ต้องทำเพื่อให้สามารถเห็นภาพรวมของการทำ SEO ว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด ต้องแก้ไขหรือปรับปรุงอะไรบ้าง คือ การนำข้อมูลดังกล่าวทั้งหมดมาวิเคราะห์และเชื่อมโยงกัน เพื่อหาวิธีการเพิ่มอันดับของเว็บไซต์ให้สูงขึ้นในการจัดอันดับการค้นหา ซึ่งบางครั้งอาจต้องมีการจัดทำรายงานเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบเพื่อรับการสนับสนุนหรือดำเนินการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำ SEO ต่อไป 

10) SEO Report รายงานผลการรับทำ SEO

ขั้นตอนสุดท้ายในการรับทำ SEO คือการออกรายงานผลการทำงาน SEO ของเดือนหรือไตรมาสที่ผ่านมา เช่น

  • อันดับของคีย์เวิร์ด มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • Website มีการปรับปรุงให้รองรับการทำ SEO มากขึ้นไหม
  • Content มีการเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆเข้าในเว็บไซต์ ที่ช่วยเพิ่มอันดับและทราฟฟิคเยอะเพียงใด
  • User มีเพิ่มมากขึ้นและมีปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์ไหม เช่น engagement, conversion
  • Social media มีการเข้าถึงแบรนด์และบริการของธุรกิจบ้างไหม
  • Link มีการเพิ่มจำนวน backlink และ internal link ที่ดีและเหมาะสมมากขึ้นไหม
  • แผนการในเดือนถัดไป ว่าจะทำเนื้องานส่วนใหนต่อ เช่น update content , แก้ไขอันดับตก หรือปรับปรุงเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายมากขึ้น

นี้คือ 10 ขั้นตอนการรับทำ SEO ที่ใช้งานจริงกับทีมนักรบ โดยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถปรับใช้กับ SEO Agency บริษัทรับทำเอสอีโอขนาดเล็ก เจ้าคนเดียว ไม่ต้องมีพนักงานประจำ ก็สามารถทำได้ครับ

หากสนใจที่ปรึกษาการทำ SEO , บริษัทรับทำ SEO หรือ คอร์สอบรมการทำ SEO สามารถติดต่อทีมนักรบได้ครับ

แหล่งข้อมูลศึกษาการทำ SEO จากกูเกิล : SEO Starter guide

อ่านบทความแชร์เส้นทางอาชีพด้าน Digital Marketing Freelancer ในสาขาอื่นๆได้ด้านล่างนี้ครับ

แนะนำอ่านเส้นทางอาชีพเกี่ยวกับด้าน SEO & Digital Marketing

แชร์ประสบการณ์การสร้างอาชีพเกี่ยวกับ SEO & Digital Marketing แบบนักรบ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นจริง ว่าความรู้ที่สอนนี้ ใช้ได้ผลจริงกับนักรบ แต่ผู้เรียนควรนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจตัวเองครับ เช่น รับทำเว็บไซต์ WordPress, วิทยากรสร้างคอร์สออนไลน์, ขายของออนไลน์ด้วยเว็บไซต์, รับทำ SEO แบบฟรีแลนซ์ และ  SEO Agency

มีอะไรฝากไว้ไหมครับ