5 ทักษะ การขายของออนไลน์และ Digital Marketing

5 ทักษะ เพื่อทำธุรกิจออนไลน์

การขายของออนไลน์ และ Digital Marketing ให้ประสบความสำเร็จ แนะนำฝึกฝนทักษะเหล่านี้

  1. ทักษะการเป็นนักธุรกิจ
  2. ทักษะการสร้างเว็บไซต์
  3. ทักษะการออกแบบ
  4. ทักษะการเล่าเรื่อง
  5. ทักษะการตลาดออนไลน์

ทักษะด้านบัญชีเป็นสิ่งจำเป็น แต่มักจะจ้างบริษัทรับทำบัญชีทำ

เป็นเจ้าของธุรกิจที่มีเงินทุน จ้างมืออาชีพด้านต่างๆ เช่น

  1. Online Business Consult ที่ปรึกษาธุรกิจ
  2. Webmaster ดูแลและพัฒนาเว็บไซต์
  3. Graphic Designer ดูแลการออกแบบ
  4. Content Writer ดูแลเนื้อหา
  5. Online Marketeer นักการตลาดออนไลน์

แต่เดียวก่อน ถ้าจ้างครบ 5 คน อาจต้องใช้เงินสูงถึง 75,000 – 150,000 บาท/เดือน โดยยังไม่รู้ว่าจะได้กำไรเดือนไหน มนุษย์เงินเดือน หรือธุรกิจขนาดเล็กไม่จ้างคนเยอะแบบนั้นแน่

วิธีในการหาทางออกของทั้ง 5 ข้อนี้คือ

  1. เรื่องธุรกิจ มักจะหาความรู้เอง ผ่านหนังสือ สัมมนา และสื่อต่างๆ
  2. เรื่องเว็บไซต์ มักเลือกใช้บริการ eMarketplace แบบมี Shopping Cart เสร็จสรรพ โดยมักใช้คำค้นหาว่า :” เปิดร้านค้าออนไลน์ “   หรือจ้างคนทำเว็บในราคา 15,000 บาทขึ้นไปโดยเฉลี่ย
  3. เรื่อง Graphic หรือภาพประกอบต่างๆ มักจะออกแบบเอง, ถ่ายรูปเอง ตกแต่งเอง หรือซื้อภาพ หาภาพจาก Internet ถ้าลงทุนสูงหน่อยก็จ้าง Graphic Designer ทำให้เป็นงานๆไป
  4. เรื่อง Content มักจะทำแค่ตอนแรกเท่านั้น โดยใส่ข้อมูลทั่วไป และเวลาส่วนใหญ่ก็ใช้ไปกับการใส่สินค้าทีจะขาย
  5. เรื่องการตลาดออนไลน์ มักใช้วิธีลงโฆษณาผ่าน Google Adwords, หรือ Facebook Ads หากลงทุนหน่อยก็จ้างบริษัทรับทำโฆษณา เช่น จ้างทำ SEO เป็นต้น

หากมองผิวเผินก็พอจะทราบขั้นตอนที่หลายๆธุรกิจขนาดเล็กทำ โดยขั้นตอนส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของเงิน เวลา และกำลังคนเป็นหลัก และขั้นตอนที่กล่าวมานี้มันมีจุดเสียเปรียบที่ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กไม่สามารถสู้กับคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่กว่าได้

จุดเสียเปรียบในการทำธุรกิจขนาดเล็กมีอะไรบ้าง ?

  1. การสร้างเว็บไซต์ มักใช้ของฟรี เน้นง่าย เน้นเร็ว ไม่ให้เวลากับมันเยอะเท่าทีควร สร้างทิ้งไว้เสร็จก็เอาไปโฆษณาต่อเท่านั้นเอง จุดอ่อนของเรื่องนี้คือ ไม่ได้ใช้เว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพเต็มที่

    วิธีแก้ไข

    เว็บไซต์ไม่ได้มีไว้ขายของ เก็บเงินจากลูกค้าเพียงอย่างเดียว มันยังสร้างประโยชน์ ให้ความรู้ ให้ลูกค้าหรือคนอ่านเอาไปบอกต่อผ่าน Social Media เช่น Facebook ได้ดีอีก เพิ่มหนทางการตลาดแบบปากต่อปากได้
  2. เรื่องการออกแบบ อันนี้แล้วแต่ความสามารถของเจ้าของเลย ออกแบบดี สินค้าน่าซื้อ ออกแบบห่วยสินค้าดูไม่มีราคา หากมีทุนเป็นเด็ก Art มีหัวศิลป์หน่อย ช่วยได้เยอะ เพราะเดียวนี้โปรแกรมแต่งรูป App แต่งภาพ เครื่องไม้เครื่องมือออนไลน์เยอะมากจริงๆ ใช้ง่าย สะดวก

    แนะนำ

    เรียนการถ่ายรูปง่ายๆ และหมั่นแต่งรูปสินค้าให้สวย อาจจะด้วย App pixlr  หรือ โปรแกรมแต่งรูปง่ายๆเช่น Photoscape หรือ Photoshop
  3. เรื่องเนื้อหา (Content) เจ้าของกิจการไม่ได้รู้เรื่องการตลาดออนไลน์มากนัก ว่าเดียวนี้เขาฮิตแนวไหนกัน ผู้บริโภคเขาคิดอะไรกัน ทำให้เวลาใส่เนื้อหาก็จะลงเพียงข้อมูลการซื้อขาย ข้อมูลผลิตภัณฑ์และเทคนิคการตลาดง่ายๆที่รู้กันในโลกออนไลน์ เช่น ลดแลกแจกแถม & รีวิวนั้นเอง
    วิธีแก้ไข
    สร้างเนื้อหาที่ดีผ่านเว็บไซต์และ Social Media โดยให้ความรู้บ้าง ให้ประโยชน์อื่นบ้าง ไม่ใช่จะขายของเพียงอย่างเดียว สร้างการแชร์และการบอกปากต่อปากในโลกออนไลน์
  4. เรื่องการตลาดออนไลน์ คนทำธุรกิจขนาดเล็กทราบดีว่า Google และ Facebook ได้เงินจากการโฆษณา ฉะนั้น Google และ Facebook จะจัดกิจกรรมเยอะ หรือบอกผ่านสื่อมามากมายว่าให้ทำโฆษณากับ Google Adwords และ Facebook Ads สิ นั้นก็เพราะยิ่งมีคนทำเยอะ เขาก็ยิ่งได้เงินมาก แต่ Google กับ Facebook เขาไม่ได้บอกเรามากหรอกว่าทำยังไง ถึงจะได้ลูกค้ามากโดยใช้เงินให้น้อยและคุ้มค่าที่สุด เขาจะเน้นที่การโฆษณาเป็นหลัก ซึ่งธุรกิจขนาดใหญ่เล่นได้อยู่แล้วไม่มีปัญหา เขาจะไปซีเรียจเรื่อง Content มากกว่าที่จะทำให้เด่น ให้โดน แต่กับธุรกิจขนาดเล็กกลับไปเผลอเล่นเกมตาม เน้นโฆษณาก็จบสิครับ เสียเปรียบทุกอย่าง

    วิธีแก้ไข

    ธุรกิจขนาดเล็ก สามารถเล่นโฆษณาได้ แต่ต้องเล่นการตลาดผ่าน Google SEO และ สร้าง Personal Brand ใน Social Media ด้วย ถึงจะชิงความได้เปรียบธุรกิจขนาดใหญ่ได้

สรุปโดยนักรบ

ธุรกิจขนาดเล็ก หรือ มนุษย์เงินเดือนทำธุรกิจ นอกจากต้องมีทักษะแบบเจ้าของธุรกิจแล้ว ควรศึกษาเรียนรู้ทักษะของการใช้งานเว็บไซต์, การออกแบบ, การเขียนเล่าเรื่อง และการตลาดออนไลน์ไว้ด้วย เพราะไม่มีเงินจ้างใครจึงต้องทำเอง