ประสบการณ์ การขายของออนไลน์ E-Commerce แตะยอดขายหลักล้านใน 4 เดือน

ทำไมเลือกขายของออนไลน์

banner นักรบสอนขายของออนไลน์ และการตลาดออนไลน์

“บทความนี้เป็นการแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว ผู้อ่านควรนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองครับ “

สวัสดีครับ ผมชื่อนักรบ ผมเปิดบริษัทอบรมการตลาดออนไลน์เล็กๆของตัวเอง โดยทุกความรู้ที่สอนนั้น มาจากประสบการณ์ที่ทำเองจนได้ผลแล้ว และหวังว่าความรู้ของผมจะส่งต่อไปยังนักการตลาดออนไลน์รุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตของประเทศต่อไปครับ

แชร์เส้นทางการ ” ขายของออนไลน์ ” แตะยอดขายหลัก 1,000,000 ฿

พิสูจน์ว่าเทคนิคการตลาดออนไลน์แบบนักรบ นั้นได้ผลจริงกับธุรกิจเอสเอ็มอีออนไลน์ (SME) แน่นอน แต่ที่หลายๆคนยังทำไม่ได้ นั้นก็เพราะยังไม่มุ่งมั่นเพียงพอ มัวนั่งอ่านนั่งฟังกูรูมากเกินไป ให้เอาเวลาไปทำมากๆดีกว่า (ทำ 80% ฟัง 20% ของเวลาทั้งหมดที่มีก้อพอ)

เวลาทำการตลาด ทำธุรกิจ มันต้องฟูมฟัก เอาง่ายๆ อย่างทำเว็บ SEO ยังต้องวางรากฐานอย่างน้อย 6 เดือน แต่ถ้าทำติดแล้วอยู่ยาว ธุรกิจมั่นคง + ตบท้ายด้วย AdWords และ FB Ads เพื่อทำการตลาดแบบอัตโนมัติด้วย สบายเลย!!!

ทำไมเลือกขายออนไลน์

ก่อนอื่นผมขอแจ้งวิสัยทัศน์ส่วนตัวก่อนว่า ทำไมเลือกทำการตลาดให้กับธุรกิจขายของออนไลน์

  • ผมต้องการสัมผัสการสร้างยอดขายเกิน 1 ล้านบาท เพื่อจะได้มีประสบการณ์มาสอนได้
  • ผมต้องการให้ทีมงานคุยกับลูกค้าไม่กี่ราย ก็สร้างยอดขายสูงๆได้ และการขายส่งตอบโจทย์นี้มากกว่าการขายปลีก
  • ผมถนัดด้านเว็บไซต์ & Google Marketing ฉะนั้นการทำธุรกิจแบบขายส่ง จะอาศัยเว็บไซต์และการตลาดในกูเกิลที่ได้ผล ลูกค้าตรงกลุ่มมากกว่าใน Social Media

ด้วยเหตุผลหลักๆ 3 ข้อด้านบน ทำให้มีความไฝ่ฝันที่จะทำให้เป็นจริงครับ

⏯ วิธีขายของออนไลน์ สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบ B2B

Back To Top

3 ส่วนประกอบสำคัญ สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์

3 สิ่งที่ต้องมีเพื่อทำธุรกิจค้าขายออนไลน์

หลังจากเห็นภาพรวบการทำธุรกิจค้าขายออนไลน์แล้ว ก็เข้าสู่การทดสอบเบื้องต้นก่อน โดยการทำเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ด้วยเงินเล็กน้อยว่ามีคนซื้อสินค้าจริงหรือไม่ เพราะถ้าทำการตลาดแล้วไม่มีคนซื้อเลย จะได้กลับมารีเช็คสินค้า บริการ หรือหน้าเว็บไซต์ให้ช่วยปิดการขายได้จริงก่อนที่จะลงเงินโฆษณาก้อนที่ใหญ่ขึ้น

เตรียมตัวทดสอบขายของออนไลน์ก่อนลุยเต็มที่

1. สินค้าหรือบริการ 

ที่สามารถสู้กับคู่แข่งเดิมในตลาดได้ ทั้งคุณภาพและราคา หลังจากนั้นจึงเข้าสู่การเตรียมสร้างแบรนด์อย่างง่ายๆและเตรียมทีมงาน

2) รูปสินค้า สวยพอกับๆกับคู่แข่งเดิมในตลาด หรือทำให้ดีกว่า อีกทั้งเตรียมข้อมูลรายละเอียดสินค้าเพื่อรออับเดทในเว็บไซต์

วิธีค้นหาไอเดียเพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการให้ได้มาตรฐาน คือ การเสิร์ชเว็บต่างๆในต่างประเทศเพื่อดูแนวทางการถ่ายรูป และ เตรียมข้อมูลให้เยอะที่สุด เพื่อรออับเดทในเว็บไซต์

เครื่องมือแก้ไขรูป

  • กล้องถ่ารูปสำหรับมือใหม่ : กล้องมือความละเอียดคมชัด ราคาช่วง 5,000 บาท ขึ้นไป
  • กล้องถ่ายรูปสำหรับมืออาชีพ : กล้อง DSLR ราคาตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป
  • ฉากถ่ายรูปสินค้า ดูตัวอย่างสินค้าต่างๆจาก Google Image
  • โปรแกรมตกแต่งภาพสำหรับมือใหม่ : Photoscape , Canva , Pixlr
  • โปรแกรมตกแต่งภาพสำหรับมืออาชีพ : Photoshop, Lightroom

3) เว็บไซต์ ที่ได้มาตรฐานระดับพรีเมี่ยม ปรับแต่งได้มากมายและรองรับมือถือ รองรับทำการตลาดใน Google และ Facebook ได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นจึงนำข้อมูลทั้งหมดขึ้นเว็บไซต์ ระบบเว็บไซต์ที่แนะนำ คือ WordPress

4) โฆษณา Google Ads ด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ไม่ควรต่ำกว่า 1,500 บาท/เดือน เพื่อทดสอบว่ามีการติดต่อจากลูกค้า หรือมีการสั่งซื้อสินค้าหรือไม่ ถ้ามียอดขายดี ให้เพิ่มงบโฆษณาตามกำลัง

5) วัดผล หากยอดขายไม่คุ้มค่า ให้รีบประหยัดรายจ่ายส่วนที่ไม่จำเป็น และเช็คให้แน่ใจว่าข้อมูลในเว็บไซต์ทั้งภาพสินค้า ราคา เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับลูกค้าแล้วหรือยัง ? หากยอดขายดี ควรเพิ่มงบการลงโฆษณาและอับเดทผลงานลูกค้าสม่ำเสมอๆ

นักรบขอแนะนำ : เครื่องมือ Google Analytic

6) ธุรกิจเติบโต หรือมียอดขายแล้ว ควรเร่งเติมความแข็งแรงให้ธุรกิจ เพื่อทิ้งห่างคู่แข่งทั้งในปัจจุบันและอนาคต เช่น การทำธุรกิจที่ 2 เพิ่ม โดยเกื้อหนุนธุรกิจแรก, การเพิ่มเนื้อหาชนิดวีดีโอเพื่อสร้างแบรนด์ดิ้ง, การเพิ่มชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง, การออกสื่อสิ่งพิมพ์, วิทยุ, โทรทัศน์, หรือ การทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกมากขึ้น เป็นต้น

Back To Top

เส้นทางลูกค้า (Customer Path)

เส้นทางลูกค้า (Customer Path)

การทำการตลาดบนกูเกิล (Google Marketing) จะช่วยเพิ่มคนเห็นสินค้าหรือบริการมากยิ่งขึ้น

Back To Top

ขั้นตอนเตรียม Website & Social Media

ขั้นตอนการสร้างเว็บขายของออนไลน์

  1. เลือกสินค้าที่ขายส่งได้ และเน้นทำการตลาดขายส่ง เพราะเท่าที่ศึกษามา คนทำยอดขายมากๆ มาจากขายส่งแทบทั้งนั้น
  2. จดโดเมน 400 ฿/1y : เลือกชื่อโดเมนที่มีชื่อสินค้าไปด้วย จะได้ทำ SEO ได้ด้วย
  3. ออกแบบโลโก้
  4. Hosting 1,000  ฿/1y : เลือก  HostAtom เพราะรองรับ WordPress ดี
  5. Facebook Fanpage : เปิดแฟนเพจ และออกแบบหน้าปกกับรูปโปรไฟล์
  6. Line@ : จ่ายค่า Premium ID 200 ฿/1y
  7. เบอร์โทร, Email , เลขที่บัญชีธนาคาร
  8. YouTube Chanel : ไว้ลง Video ในเว็บและไว้ทำ SEO
  9. ค้นหาเว็บไว้อ้างอิง สำหรับคุยกับทีมงานให้ดีไซน์เว็บไปในแนวทางเรียบหรูดูแพง

เตรียมเว็บไซต์ WordPress

  1. ติดตั้ง Theme Flatsome
  2. ใส่ Logo
  3. ใส่ข้อมูลติดต่อ Email , เบอร์โทร , ไลน์
  4. ติดแฟนเพจในเว็บ
  5. ติด Line@

⏯ วิธีสร้างเว็บขายของออนไลน์ขั้นพื้นฐาน

Back To Top

ทีมงานขายของออนไลน์

ทีมงานทั้งหมด 4 คน

  • ฝ่ายขาย 1 คน สำหรับติดต่อลูกค้าและปิดการขาย
  • ฝ่ายอัพเดทเนื้อหาภายในเว็บ 1 คน
  • ผ่ายการตลาดออนไลน์ 1 คน
  • ฝ่ายเว็บไซต์ 1 คน

Back To Top

ขายอะไรดี & Mindset วิธีเลือกสินค้ามาขาย

ขายอะไรดี & Mindset วิธีเลือกสินค้ามาขาย

ให้เลือกตัวสินค้าที่เราได้เปรียบทางการค้าและทางธุรกิจ เช่น

  • ได้เปรียบทรัพยากรการผลิต
  • ได้เปรียบคอนเนคชั่น
  • ได้เปรียบทางภาษา
  • ได้เรียบเรื่องคนที่มีทักษะเฉพาะด้าน
  • ได้เปรียบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
  • อื่นๆอีกหลายข้อที่ทำให้แน่ใจว่าจะสู้กับคู่แข่งเดิมในท้องตลาดและคู่แข่งใหม่ในอนาคตได้

Mindset ก่อนเริ่มต้นธุรกิจขายของออนไลน์

การขายของออนไลน์ จะลงทุนมากกว่างานบริการมาก และใช้คนทำงานเยอะกว่า โดยนักรบมี Mindset ง่ายๆ คือ

ธุรกกิจขายของออนไลน์ : ใช้ทีมงานอย่างน้อย 2 คน แบ่งหน้าที่กัน

  • คนที่ 1 ดูแลสินค้า เช่น ถ่ายรูป, รีทัชรูป, โพสลงเว็บไซต์, ใส่รายละเอียดสินค้า, ใส่วิธีการสั่งซื้อ รวมทั้งข้อมูลต่างๆที่สำคัญภายในเว็บไซต์
  • คนที่ 2 ดูแลการตลาด เช่น Facebook Marketing , Google Marketing (SEO & AdWords) และ Content Marketing พวกบทความและวีดีโอ

มีทักษะความชำนาญด้าน Digital Marketing มาก ก็มีโอกาสสร้างยอดขายได้มาก

คำถามที่พบบ่อย

❓ จำเป็นไหมที่ทำธุรกิจขายของออนไลน์ ต้องลงทุนสูงขนาดหลักแสน
ไม่จำเป็นครับ เริ่มต้นขายของออนไลน์ลงทุนหลักร้อยหลักพันก็มี แต่ถ้าอยากทำยอดขายสูงมากๆถึงหลักล้าน ควรลงทุนอุปกรณ์เพิ่ม เช่น

  • กล้องถ่ายรูป DSLR ราคาประมาณ 15,000 บาท
  • ชุดไฟถ่ายรูป 8,000 บาท
  • ฉากหลัง 2,300 บาท
  • คอมพิวเตอร์ 20,000 บาท

วิธีหาสินค้าขายส่งจากโรงงาน

จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกวิธีของการค้นหาสินค้าเพื่อขายของออนไลน์ก็ได้ครับ รู้เพียงไม่กี่วิธีก็พอ แต่ขอให้เลือกสินค้าที่เราได้เปรียบทางการค้าหรือการตลาด

วิธีค้นหาสินค้า

  1. อ่านบทความต่างประเทศเพื่อได้ไอเดียการค้นหาสินค้า โดย Search คำว่า : How to find niche products
  2. ไล่เช็ครายการสินค้าใน Lazada แล้วมองหาโรงานที่ผลิตสินค้านั้นๆ แต่ยังไม่ได้ทำการตลาดขายส่งออนไลน์มากนัก หรือทำได้ไม่ดีพอ (เอาง่ายๆ คือเราทำได้ดีกว่า)
  3. ค้นหาโรงงานที่อยู่ใกล้เคียงกับระแวกบ้านเรา จะได้สะดวกเดินทางและติดต่อเจรจา
  4. ร่วมทำธุรกิจกับเพื่อนที่เป็นเจ้าของโรงงาน

หลักๆคือเท่านี้ หลังจากได้ Supplier แล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนต่อไป คือ เตรียมเว็บไซต์, เตรียมสินค้าลงเว็บ และเตรียมทำการตลาดออนไลน์ครับ ส่วนนักรบเลือกขายส่งออนไลน์กับสินค้าอะไรนั้น นักรบจะมาบอกหลังจากเตรียมเว็บไซต์และทำการตลาดไปสักพักเสร็จแล้วครับ

Back To Top

5 ปัจจัยพื้นฐาน ที่ทำให้เว็บขายได้

ก่อนสร้างเว็บไซต์ควร Search หาข้อมูลเว็บที่สวย มีมาตรฐานการสร้างคอนเทนต์ และการจัดวางคอนเทนต์ได้อย่างสวยงาม ช่วยฝ่ายขายปิดการขายได้ดี ซึ่งนักรบแนะนำให้ค้นหาเว็บไซต์จากต่างประเทศทั่วโลกเป็นหลัก ไม่ควรดูเพียงเว็บไซต์ในประเทศไทย หลังจากนั้นควรคำนึงปัจจัยต่างๆเหล่านี้

  1. Website ระดับมาตรฐานมืออาชีพ ซึ่งนักรบเลือกสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress + WooCommerce โดยซื้อธีมที่ https://themeforest.net/
  2. มีตัวอย่างเว็บไซต์ต่างประเทศอ้างอิง เพื่อพัฒนาเนื้อหาในเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย สวยและดูดีได้มาตรฐานในระดับเดียวกับคู่แข่งหรือมากกว่า
  3. อัพเดทผลงานลูกค้า และสินค้าใหม่ๆเสมอๆในเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย
  4. ทำการตลาดให้เหมาะกับสินค้าหรือบริการนั้นใน Google & Social Media เช่น Search Engine Marketing (SEM,SEO), Social Media Marketing (SMM), Video Marketing (Video, Live)
  5. พัฒนาทีมงานฝ่ายการตลาดสม่ำเสมอ

Back To Top

การตลาดออนไลน์ด้วย Adwords

ลงโฆษณา Google AdWords คือ อาวุธลับที่สร้างยอดขายได้เร็ว : หลังจากมีเว็บไซต์, สินค้าพร้อมขาย และบทความที่ถูกเขียน โดยหมั่นอับเดทเป็นระยะๆแล้ว จากนั้นก็ลงโฆษณา AdWords ครับ

โฆษณา AdWords เท่าไร่ต่อเดือน : เริ่มต้นโฆษณา AdWords เพียงเดือนล่ะ 1,500 บาท และจ่าย CPC เพียงคลิ๊กล่ะ 10 บาทเท่านั้น ก็สามารถสร้างยอดขายเกินล้านได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ที่ทำได้นั้นเพราะอาศัยปัจจัยพื้นฐานจากที่กล่าวมาด้านบนครับ

พอผ่านไปสักระยะค่าโฆษณา AdWords จะแพงขึ้นเรื่อยตามการแข่งขันแน่นอน ฉะนั้นนักรบจะมีแผนสำรองคือการทำ SEO เพื่อสร้างความมั่นคงให้ธุรกิจในระยะยาวครับ

แนะนำคอร์สเรียน : คอร์สเรียนลงโฆษณา Google AdWords

Back To Top

การตลาดออนไลน์ด้วย SEO

การทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกกูเกิล ช่วยประหยัดเงินโฆษณาในระยะยาว แต่กว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลา 6 เดือน – 1 ปี บวกกับความขยันในการสร้างเนื้อหาและอับเดทสม่ำเสมอ เช่น เนื้อหาหน้าสินค้าและบทความในเว็บไซต์

แนะนำคอร์สเรียน : คอร์สเรียน SEO & Content Marketing

Back To Top