Case Study from my exp.

Ecommerce SEO
สู่ยอดขายหลักล้าน

พิสูจน์แล้ว! ถ้าเว็บติดหน้าแรก Google จะช่วยให้ขายของออนไลน์ได้ยอดขายเกินล้านบาทต่อปีหรือไม่? “คำตอบอยู่ในหน้านี้”

Wholesale Strategy
Own Brand
High Margin
Ecommerce Success
Ecommerce_Report.pdf
Total Revenue
15MB/Year

ทำไมเลือก B2B Ecommerce ขายส่ง/โรงงานผลิต

เหตุผล 3 ข้อที่ไม่ควรมองข้าม หากหวังยอดขายหลัก 7 หลัก

สัมผัสยอดขายหลักล้าน

เพื่อสัมผัสประสบการณ์การสร้างยอดขายเกิน 1 ล้านบาทด้วยตัวเอง จะได้มี Experience จริงมาถ่ายทอด

ทีมเล็ก แต่ยอดใหญ่

เน้นการบริหารทีมขนาดเล็กที่สร้าง High Impact คุยกับลูกค้าไม่กี่รายแต่ปิดยอดสูงได้ (ขายส่ง)

WordPress & SEO

ใช้ความถนัดด้าน Technical เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าทาง Google ซึ่งแม่นยำและตรงกลุ่มกว่า Social Media

3 องค์ประกอบ ทำการตลาด

ก่อนเริ่มต้องมี 3 องค์ประกอบหลัก: 1. สินค้า/บริการ 2. หน้าร้าน Web WordPress 3. การตลาด SEO & Ads

เมื่อภาพรวมชัด ก็เริ่มทดสอบโมเดลธุรกิจด้วยการ:

  • ทำเว็บเบื้องต้น + Facebook Page/Line@
  • ยิง Ads งบวันละหลักร้อย เพื่อ Test Market
  • ดูค่า ROAS ว่าคุ้มไหม มีคนซื้อจริงไหม
“ถ้าทดสอบแล้วเงียบ ให้รีบกลับมาแก้ที่สินค้า หรือความน่าเชื่อถือของเว็บ (Content) อย่าเพิ่งถมเงินโฆษณา”
Digital Marketing Ecosystem Diagram: Website, SEO, Ads, Line OA Integration
Strategic Analysis

รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

ดูคู่แข่ง

เรียนรู้จากคนที่ทำมาก่อน: เขาขายยังไง? ช่องทางไหน? คอนเทนต์แบบไหน? เพื่อ “Copy & Develop”

ดูตัวเอง

หาจุดขายของตัวเอง (USP): มีอะไรที่เรา “ดีกว่า” หรือ “แตกต่าง” ในแบบที่ลูกค้าต้องการไหม?

“ถ้าคู่แข่งทำการตลาด Search/Social อยู่แล้ว แต่เราทำได้ดีกว่า หรือมีสินค้าที่เหนือกว่า ลูกค้าก็จะซื้อเรา”

วิเคราะห์คู่แข่งไม่ถูก?

อย่าเดา! ให้มืออาชีพช่วยเจาะลึกข้อมูลคู่แข่ง พร้อมวางกลยุทธ์ชนะขาด

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

เส้นทางลูกค้า (Customer Path)

5 Step สำคัญที่เปลี่ยน “คนแปลกหน้า” เป็น “ลูกค้าประจำ”

01

เห็น (See)

ลูกค้าต้องเห็นเราก่อน ผ่าน SEO, SEM, SMM

02

สนใจ (Interest)

ดึงดูดความสนใจด้วย Content ที่โดนใจ

03

สอบถาม (Ask)

ช่องทางติดต่อต้องง่าย Chat, Tel, Line

04

สั่งซื้อ (Buy)

ปิดการขายง่าย ชำระเงินสะดวก

05

ซ้ำ/บอกต่อ (Repeat)

สินค้าดี บริการดี ลูกค้าจะกลับมา

คลังความรู้ ยุทธวิธีหาสินค้า & ช่องทางขาย

ข้อมูลเชิงลึกสำหรับการเริ่มต้นที่ได้เปรียบ

วิธีหาสินค้าขายส่ง

  • Google Search: ใช้คำว่า “How to find niche products” เพื่อหาไอเดียจากต่างประเทศ
  • Lazada/Shopee: หาโรงงานที่ลงขายแต่ยังทำการตลาดไม่เก่ง (เราเอามาทำใหม่ให้ดีกว่า)
  • โรงงานใกล้บ้าน: สะดวกในการเจรจาและขนส่ง
  • เพื่อนเจ้าของโรงงาน: Partner กับคนรู้จักที่มีฐานการผลิต

ขายอะไรดี? (Selection)

เลือกสินค้าที่เรา “ได้เปรียบ” ในด้านต่างๆ:

  • ได้เปรียบด้าน Resource/ต้นทุน
  • ได้เปรียบด้าน Connection/เส้นสาย
  • ได้เปรียบด้าน Language (ภาษา)
  • ได้เปรียบด้าน Skill (ทักษะเฉพาะ)
  • ได้เปรียบด้าน Capital (เงินทุน)

ช่องทางขาย (Channels)

Website ตัวเอง
ควบคุมได้ 100%
หลัก
Facebook / Line
หาลูกค้าใหม่ได้ไว
รอง
Marketplace
Shopee, Lazada
ช่องทางอื่นๆ
TikTok, Pantip

Tech Stack (อาวุธลับ)

รวมเครื่องมือที่ใช้จริงในการสร้างยอดขายหลักล้าน ไม่ต้องไปงงเอง

WordPress

Core Platform

WooCommerce

Shopping System

RankMath SEO

SEO Optimization

Google Analytics 4

Data Tracking

Flatsome Theme

Design Framework

Canva Pro

Graphic Design

Line OA

Customer Chat

Online Payment

Payment Gateway

Roadmap สู่ล้านแรก (90 วัน)

แผนงานที่พิสูจน์แล้วว่าทำตามได้จริง

1
MONTH 1

วางรากฐาน (Foundation)

  • จดโดเมน + เช่าโฮสต์
  • ติดตั้ง WordPress + Theme Flatsome
  • ลงสินค้า 20-50 รายการ (ภาพสวย)
  • เปิดเพจ FB + Line OA
2
MONTH 2

ลุยการตลาด (Traffic)

  • ยิง Ads วันละ 300-500 บาท
  • Test หา Winning Product
  • ปรับแต่ง Salepage ตามผลลัพธ์
  • เขียนบทความ SEO 20 บทความ
3
MONTH 3

ขยายผล (Scale)

  • อัดงบ Ads สินค้าขายดี
  • ตัดสินค้าขายไม่ออกทิ้ง
  • ทำ CRM เก็บฐานลูกค้าใน Line OA
  • รอรับ Traffic จาก SEO ระยะยาว

ไม่อยากลองผิดลองถูกเอง?

ย่อเวลาความสำเร็จด้วยที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์จริง พาจับมือทำจนเป็น

ดูบริการ SEO ทั้งหมด

เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนลุยสนามจริง

6 สิ่งที่ต้องเช็คลิสต์ให้ชัวร์ก่อนเริ่มขาย

1. สินค้า/บริการ (Product)

หัวใจสำคัญอันดับหนึ่ง สินค้าต้องสู้คู่แข่งเดิมได้จริง ทั้งในแง่คุณภาพความคุ้มค่า หรือราคาที่แข่งขันได้ ช่วงแรกอาจเน้น “Trading” (ซื้อมาขายไป) เพื่อลดความเสี่ยง แต่ระยะยาวควรสร้างแบรนด์ของตัวเอง

2. รูปถ่ายและสื่อ (Visuals)

รูปสวยคือด่านแรกที่ลูกค้าเห็น ในโลกออนไลน์ “รูปถ่าย = ความน่าเชื่อถือ” ลงทุนกับรูปถ่ายให้สวยเท่าหรือมากกว่าคู่แข่ง ศึกษาการจัดแสงหรือจ้างช่างภาพมืออาชีพหากจำเป็น

3. เว็บไซต์พรีเมียม (Website)

หน้าร้านออนไลน์ที่เปิด 24 ชม. ต้องรองรับมือถือ (Responsive) แนะนำใช้ WordPress + WooCommerce เพราะปรับแต่งได้อิสระ เป็นเจ้าของ 100% ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มรายปี

4. การตลาดทดสอบ (Ads Testing)

อย่าเพิ่งทุ่มหมดหน้าตัก เริ่มจากงบน้อยๆ (วันละ 300-500 บาท) เพื่อ Test ตลาด ดู Feedback ลูกค้า ถ้าผลตอบรับดีค่อย Scale Up ถ้าไม่ดีให้รีบปรับปรุงสินค้าหรือคอนเทนต์

5. การวัดผล (Measurement)

อ่านค่าสถิติให้เป็น (ROAS, CPC, CTR) ตัวเลขไม่เคยโกหก วัดผลกำไรต่อออเดอร์ให้ชัดเจน เพื่อรู้ว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้

6. การขยายผล (Scale Up)

เมื่อเจอ Winning Product แล้ว ให้รีบขยาย ทั้งเพิ่มงบโฆษณา เพิ่มช่องทางขาย (Marketplace, TikTok) และเริ่มทำ SEO เพื่อกินตลาดระยะยาวอย่างยั่งยืน

กฎหมายควรรู้ สำหรับร้านค้าออนไลน์

1. ทะเบียนพาณิชย์ฯ

ต้องจดภายใน 30 วันนับแต่เริ่มค้าขาย เพื่อความถูกต้องตามกฎหมาย

2. รายละเอียดสินค้า

ต้องแสดงราคา ขนาด น้ำหนัก ให้ชัดเจน ตามประกาศ กก.ว่าด้วยราคาสินค้า

3. สคบ. (ขายตรง)

หากมีระบบตะกร้าสินค้า/ตัวแทน อาจเข้าข่ายต้องจดทะเบียนขายตรงเพิ่ม

คำถามที่พบบ่อย (B2B FAQ)

โรงงาน/ขายส่ง จำเป็นต้องทำเว็บไหม?

จำเป็นมากค่ะ ลูกค้า B2B (จัดซื้อ) ปัจจุบันค้นหา Supplier ผ่าน Google 90% ถ้าไม่มีเว็บ = เสียโอกาสให้คู่แข่งที่มีตัวตนบนออนไลน์ทันที

ต้องลงราคาสินค้าหน้าเว็บไหม?

สำหรับ B2B ไม่จำเป็นต้องลงราคา (หรือลงแค่ราคาตั้ง) เน้นปุ่ม “ขอใบเสนอราคา (Request Quote)” เพื่อคัดกรองลูกค้า และเจรจาตาม Volume การสั่งซื้อค่ะ

มีเซลล์วิ่งอยู่แล้ว ทำ SEO ช่วยอะไร?

SEO ช่วยหา “ลูกค้าใหม่” ที่เซลล์อาจเข้าไม่ถึง (Inbound Marketing) ลูกค้าวิ่งหาเราเองด้วยความต้องการจริง ปิดการขายง่ายกว่าการโทร Cold Call ค่ะ

รับผลิต OEM ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

เน้นโชว์ “ศักยภาพ & มาตรฐาน” เช่น ใบเซอร์ (ISO/FDA), กำลังการผลิต, ขั้นต่ำ (MOQ) และ Portfolio ลูกค้าที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นค่ะ