สวัสดีครับ ผมนักรบ เมื่อก่อนเป็นเพียง ”
มนุษย์เงินเดือน ” ธรรมดาๆ ฐานะทางบ้านปานกลางค่อนข้างจน พอมีพอกินบ้างแต่ไม่ร่ำรวย ผมมีหนี้สินแค่รถคันเดียวก็ผ่อนกันเหงื่อตกแล้วครับ จนต้องให้ที่บ้านช่วยผ่อนด้วยซ้่ำ
สมัยเด็กผมเป็นไอ้ขีแพ้ ทั้งเรื่องเรียน, เรื่องกิจกรรม และแม้แต่เรื่องความรัก ตั้งแต่ประถมจนเรียนจบ เคยด่าตัวเองว่า “ไอ้ขี้แพ้” บ่อยๆ
- สมัยประถม เคยได้รับโอกาสเป็นนักเล่นดนตรี อิเล็กโทน แต่เล่นไม่นานก็เลิก
- สมัยมัธยม เพื่อนส่งรายชื่อให้ประกวดร้องเพลงคณิตศาตร์ แต่กลับโดนโห่กลางเวที
- จบ ม. ปลาย เอนท์ไม่ติด เพราะไม่ขยันเรียน การบ้านไม่ส่งเลย
- มหาลัย ได้เล่นบาส หมดเวลา ชู๊ตลูกโทษตัดสินแพ้-ชนะ 2 ลูก กลับชู๊ตไม่ลงสักลูก ทำให้ทีมแพ้รอบชิงชนะเลิศ เพราะขี้เกียจซ้อมไม่เอาจริง
- มหาลัย เล่นวงดนตรีประกวด แต่อ่อนซ้อม แพ้ไม่เป็นท่าเพราะผม
- ทำงาน เคยโดนลดเงินเดือน, โดนขอให้ออก, ทำที่ไหม่ ก็ไม่ผ่าน Pro
ตลอดเกือบ 30 ปี ชีวิตไม่ประสบความสำเร็จเลย ผมไม่เคยทำอะไรจริงจัง และไม่รู้ด้วยว่าอนาคตจะไปได้แค่ไหน แค่ฝันบางทียังไม่กล้า
แต่วันนี้สามารถปลดหนี้รถ, บัตรเครดิต, ออกจากงานประจำ มาเปิดบริษัทเล็กๆได้ พร้อมมีเงินเก็บสำรองใช้ 1 ปี โดยไม่ต้องมีรายได้ก็อยู่ได้ มีเวลาอยู่กับพ่อแม่ทุกวัน และ มุ่งหน้าสร้างบริษัทเล็กๆของตัวเองให้แข่งเกร่ง ถึงแม้จะประสบความสำเร็จเล็กๆ แต่ก็เป็นก้าวแรกที่ดี
วันนี้ผมไม่เรียกตัวเองว่า “ไอ้ขี้แพ้” อีกแล้ว เพราะผมเห็นหนทางของการสร้างแบรนด์ให้ธุรกิจตัวเองด้วยความสามารถและวิสัยทัศน์ ผมทำอย่างไร? มาดูกันครับ
วิสัยทัศน์สำคัญที่สุด
วิสัยทัศน์คือการมองเห็น สิ่งที่จะเกิดขึ้น หรือมีแนวโน้มที่จะเกิด ยิ่งมองเห็นชัดเท่าไหร่จะยิ่งเกิดความเชื่อมากขึ้นเท่านั้น เมื่อความเชื่อแรงกล้า ทำให้ฟันฝ่าทุกอุปสรรคได้ง่าย และประสบความสำเร็จครับ
ผมโชคดีเรื่องหนึ่ง ที่ได้มีโอกาสเจอกับ พี่หนึ่ง(วรพงศ์) หัวหน้าที่มีวิสัยทัศน์ เขาได้สอนผมหลายเรื่อง ทำให้ผมมีวันนี้ หลังจากที่ลงมือทำมากยิ่งขึ้น ทำให้ผมประสบความสำเร็จในธุรกิจมากยิ่งขึ้นครับ ถึงแม้ยังเป็นความสำเร็จเล็กๆน้อย แต่เชื่อว่าแนวทางของผมจะช่วยแก้ไขปัญหามนุษย์เงินเดือนคนอื่นๆ ได้ไม่มากก็น้อยครับ
3 หัวใจของการเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวควบคู่งานประจำ
เช้าทำงานประจำ เย็นทำธุรกิจตัวเองจนตั้งบริษัท มีหัวใจในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและมีความมั่นใจได้อย่างไรไปดูกันครับ
1. เร็ว : เร็วที่ลงมือทำ เป็นอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดอาวุธแรกที่คนทำธุรกิจตัวเล็กต้องมี
– การลงมือทำเร็ว,
– คิดเร็ว วางแผนเร็ว
– วัดผลหลังทำไปแล้ว ตัดสินใจว่าเวิร์คหรือไม่ได้เร็ว
ได้ผลลัพธ์มาใช้เพื่อหาหนทางที่ดีกว่าต่อไป
ในช่วงแรกๆของการทำธุรกิจ สมัยนั้นนักรบต้องเรียนรู้อะไรหลายอย่าง เช่น วิธีเลือกสินค้า, วิธีซื้อสินค้า, วิธีหาแหล่งผลิต, วิธีต่อรองราคาต้นทุน, วิธีนำไปขาย, วิธีการทำการตลาด และวิธีสร้างแบรนด์เยอะแยะเต็มไปหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องเรียนกันใหม่ด้วยตัวเอง หากลงมือทำช้า มัวแต่หลอกตัวเอง ก็ไปไม่ถึงไหน ความขี้เกียจจะเข้าครอบงำ
วิธีแก้ไขปัญหา
ลงมือทำให้เร็ว เพราะความขี้เกียจและอุปสรรคทางความคิดมีความเร็วของมัน ถ้าช้า มันจะครอบงำให้อยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไร อีกทั้งการลงมือทำเร็วช่วยให้นักรบเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ได้เร็วครับ
2. แรง : แรงที่ึความมุ่งมั่น ความมุ่งมั่นและต้องการอย่างแรงกล้า ที่จะทำตามวิสัยทัศน์, ทำสิ่งรักให้ได้ผล มีความสุข และมีเป้าหมายใหญ่ที่จะเป็นอันดับ 1 ของประเทศหรือของโลก
บ่อยครั้งที่นักรบ ตะโกนบอกตัวเองว่า “กูคือคนที่เก่งที่สุดในโลก” เพราะความมุ่งมั่นข้างในมันแรงจนล้น เลยต้องพูดออกมา
ในโลกเรามีสิ่งดึงดูดให้เสียสมาธิและหลุดโฟกัสมากมาย เพราะในแต่ละวันเราจะเจอผลงานของคนอื่นๆสร้างไว้ผ่านสื่อต่างๆ เช่น TV, วิทยุ, หนังสือพิมพ์, นิตยสาร, ป้าย หรือแม้่แต่บนโลกออนไลน์เกลื่อนกลาดเต็มไปหมด
นี้ยังไม่รวมทั่งการบอกปากต่อปากจากเพื่อนๆอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จูงใจเรา ให้เสียสมาธิและกระตุ้นเราให้ใช้ชีวิตสบาย ใช้เงิน แต่ไม่เคยสอนให้เราหาเงินเลยครับ นั้นคือสาเหตุหลัก หากตกอยู่ในวังวนการใช้เงินไปกับเรื่องไร้สาระ ไม่พาตัวเราไปยังเป้าหมาย เราจะเสียความมุ่งมั่นไปเร็วมาก
วิธีป้องกันการสูญเสียความมุ่งมั่น
เข้าใจว่าโลกนี้เต็มไปด้วยโฆษณา หลอกให้คุณใช้เงิน และมอมเมาต่างๆนาๆ ฉะนั้นจงเลือกดู ฟัง และอ่านแต่สิ่งๆดีๆเท่านั้น และรักษาวิสัยทัศน์, เป้าหมาย และความมุ่งมั่นอยู่เสมอๆ
นักรบเคยเป็นไอ้ขี้แพ้ ตั้งแต่เด็กจนโตอายุ 30 ปี แต่ชีวิตก็พลิกผัน เพราะได้คุยกับหัวหน้าทุกเช้าในเรื่องธุรกิจ หลังจากนั้น 1 ปี นักรบก็พบทางสว่าง เกิดวิสัยทัศน์ มองโลกได้กว้างขึ้น + กับลงมือทำจริงจัง ส่งผลให้ชีวิตดีขึ้น ธุรกิจส่วนตัวได้กำไร
หลังจากมีวิสัยทัศน์แล้ว นักรบรู้ทันทีว่าจะต้อง Focus สิ่งที่ทำ โดยยอมแลกทุกสิ่งเพื่อให้ประสบความสำเร็จ ยอมแลกที่จะไม่คบเพื่อนที่ชวนกันไปเมา ยอมแลกทีจะไม่ดูสื่อห่วยๆเลยแม้แต่นิด ทำให้ตัวเองเก่งขึ้น โดยมีเป้าหมายที่แรงกล้าที่จะเก่งที่สุดในโลกในจุดที่ตัวเองทำ เพื่อตอบแทนบุญคุณคนและเลี้ยงดูครอบครัว
วิธีสร้างขุมพลังความมุ่งมั่นแบ่งตามจุดกำเนิด
- พลังจากสิ่งภายนอกร่างกายเรา เช่น คำพูดดีๆจากคนอื่น, หนังสือดีๆสักเล่ม, หนังดีๆสักเรื่อง หรือประสบการณ์ในแต่ละวันเล็กๆน้อยสักครั้งจากสิ่งต่างๆเหล่านั้นสอนให้รู้ว่า คนที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีช่วงของการตกต่ำของชีวิต หากคิดได้ ลงมือทำจริงและโดดขึ้นจากหลุมของความล้มเหลวได้ จะยิ่งแข็งแกร่ง นั้นคือเหตุผลทีทำให้อ่านและศึกษาคนเก่งๆเพื่อค้นหาทั้งวิธีคิด และวิธีทำนำมาใช้กับตัวเองครับ
- พลังจากภายในตัวเอง : สร้างได้จากวิสัยทัศน์ หรือ วิกฤตความล้มเหลวในชีวิต
3. เปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั๊ว : หลังจากลงมือทำเร็วและแรง จะได้ผลลัพธ์ทำให้เปลี่ยนทั้งความคิดและการกระทำในครั้งต่อไปให้ดีขึ้น เพื่อค้นหาวิธีที่ดีที่สุด
นักรบใช้ข้อ 1 และ 2 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่ละเรื่อง เมื่อมากๆเข้ามันทำให้นักรบ เปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั๊ว อีกทั้งนักรบพบว่าวิธีนี้มันได้ผล เพราะปลดหนี้และมีเงินตั้งบริษัทเล็กๆของตัวเองได้
3หัวใจนี้ เกิดขึ้นทุกๆวัน เพื่อค้นหาวิธีทำธุรกิจของตัวเอง ในทุกขั้นตอนของการทำธุรกิจล้วนเคยผ่านกระบวนนี้มาแล้วทั้งสิ้น
ทุกธุรกิจมีคู่แข่ง
ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร ล้วนมีคนทำมาก่อน หรือคิดได้ก่อนแล้วทั้งนั้น เพราะเราอยู่ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารถึงกันได้รวดเร็ว
Idea ต่างๆที่เราคิดได้หลังจากที่เราได้ฟัง ได้เห็นบางสิ่งมาแล้ว ก็มีคนอื่นๆคิดได้เช่นกัน และเขาอาจจะคิดได้เร็วกว่าอีกด้วย เพราะประเทศของเราไม่ใช่ผู้นำทางเทคโนโลยีด้าน Internet และด้านอุตสาหกรรม ฉะนั้นหลังจากคิดได้ ต้องทำให้ได้ผลและปรับใช้ให้เข้ากับคนในแต่ละท้องถื่นให้เร็วที่สุด
Idea ที่คิดได้เป็นเพียงก้าวเล็กๆเท่านั้น มันต้องผ่านกรรมวิธีในการวางแผน และวางขั้นตอนคร่าวๆเพื่อทดสอบและลงมือในทุกรายละเอียดเพื่อเช็คเบื้องต้นว่า Idea นั้นได้ผลจริงหรือมีแนวโน้มที่จะได้ผลหรือไม่ ?
เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาประกอบการตัดสินใจในการลุยหน้าต่อ หรือกำหนดทิศทางทางธุรกิจอื่นๆ เช่น การหาแหล่งเงินทุน, การวางแผนผลิต, จัดจำหน่าย, หาช่องทางขาย, และการโปรโมทอีกมากมาย รวมทั้งวิธีในการป้องกันการ Copy เลียนแบบ ในทุกกลวิธีที่เรื่องราวในอดีตของวงการธุรกิจได้สอนเรามา
คำแนะนำจากนักรบ
นักรบขอแนะนำ ไม่ควรเสียเวลาวางแผนมากจนเกินไปกับการนั่งอ่านนั่งฟังจากคนอื่นๆโดยเฉพาะเรื่องแรงบันดาลใจที่มีอยู่ล้นตลาด ควรพุ่งเวลาและสมาธิไปที่การลงมือทำจริง โดยใช้เวลา 60-80% ของเวลา เป็นการทำทั้งหมด นั้นก็เพราะแผนงานที่ดีที่สุดจะเกิดก็ต่อเมื่อเราได้ลงมือทำจนชำนาญแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง
บ้างครั้ง นักรบไม่เคยวางแผนเลย แต่ใช้วิธีลงมือทำก่อน คิดที่หลัง ให้ได้ประสบการณ์ก่อน และนำผลลัพธ์มาพัฒนาอีกที ตราบใดที่ลงทุนต่ำเราก็สามารถลุกขึ้นใหม่ได้เสมอ เพราะการลงทุนไม่ได้สร้างรายได้ แต่ประสบการณ์ต่างหากที่สร้างรายได้
จะสร้างรายได้ เมื่อประสบการณ์มากเพียงพอ ในทางกลับกัน ที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะลงมือทำน้อยเกินไปหรือไม่เรียนรู้พัฒนา – นักรบ
วิธีผลิตผลงานให้ดีและเจ๋ง
ผลงานจะดีได้ต้องมีทั้งจำนวนและคุณภาพ ฉะนั้นถ้าอยากทำให้ผลงานดีเหนือใคร ควรทำตามขั้นตอนดังนี้
2 ขั้นตอน ผลิตผลงานให้ชนะคู่แข่ง
- ต้องผลิตผลงานได้เร็ว
- ต้องผลิตผลงานได้ดี
นักรบทำธุรกิจ ควบคู่งานประจำจะ Focus ที่ความเร็วในการผลิตผลงานก่อน เพราะจำนวนครั้งที่ทำจะสร้างความชำนาญ และความชำนาญจะสร้างผลงานที่ดีตามมา โดยหากต้องการประหยัดเวลาสร้างผลงานให้ดี ควรเลือกแหล่งข้อมูล (Outsource) ที่ดีประกอบ ฉะนั้นต้องแบ่งเวลาในการค้นหา Outsource ด้วย
Outsource คือ การใช้ทรัพยากรที่ไม่ใช่ของเรา แต่เราสามารถนำมาใช้ได้ เช่น คน หรือ สิ่งของ โดยเราจำเป็นต้องจ่ายเงินทดแทนหรือไม่นั้น แล้วแต่ตามตกลง
มนุษย์เงินเดือน ทำธุรกิจตัวเองมีข้อดีอย่างไร ?
- มีมุ่งมั่นของเจ้าของเป็นทุนเดิม : เพราะมีความเป็นเจ้าของธุรกิจอยู่ภายใน
- ถ้าทำอาชีพ Infopreneur เกี่ยวกับความเชี่ยวชาญในงานประจำ คุณจะมีเวลาสร้างผลงานหรือเรียนรู้ = 8 ชั่วโมงในงานประจำ + 2 ถึง 3 ชั่วโมงหลังเลิกงาน (เฉลี่ยที่ 11 ชั่วโมง/วันทำงาน และ 5-10 ชั่วโมงในวันหยุด ส-อา.)
สรุป โดยนักรบ ถึง มนุษย์เงินเดือน
มนุษย์เงินเดือนทีทำธุรกิจหลังเลิกงานประจำ โดยใช้ความเชี่ยวชาญในงานประจำมาใช้ด้วย จะได้เปรียบคู่แข่ง เพราะมีเวลาทำงานมากกว่าและมีพลังของความเป็นเจ้าของธุรกิจที่แรงอีกด้วย
แต่ถึงกระนั้น ธุรกิจก็สู้กันที่ สินค้า, ช่องทางการขาย และ การตลาด
- สร้างสินค้าให้มีเยอะและดี ได้ด้วยการลงมือเร็ว คิดเร็ว วัดผลเร็ว และพัฒนาสินค้าจนมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
- ช่องทางการตลาด หากเดินกลยุทธ์สร้าง Personal Brand ด้วย Content Marketing + SEO ผ่านระบบเว็บไซต์ จะยิ่งทวีคุณความรุนแรงเข้าไปเท่าตัว
- การตลาด สอดคล้องกับช่องทางการตลาดที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ด้วยการไต่อันดับ Google ด้วย SEO ผ่าน Content ที่มีคุณภาพ และใช้ Facebook Ads ในการสร้างยอดคนเข้าชมและรู้จัก
วิสัยทัศน์สร้างได้จากการลงมือทำ หรือมีที่ปรึกษาส่วนตัว มนุษย์เงินเดือนก็สามารถทำธุรกิจส่วนตัวจนตั้งบริษัทของตัวเองได้ จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปครับ