นาทีที่ 0:01 – 3:45 วิดีโอจะเป็นการสาธิต การใช้งานเว็บไซต์ keyword finder tool เว็บไซต์ตัวนี้จะเป็นการค้นหาแบบ Long tail, การให้คะแนนวิเคราะห์เกี่ยวกับคู่แข่ง,ราคาการคลิก,เกี่ยวกับ Adwords และคะแนนความยากง่ายของ SEO ต้องขอเน้นตรงคำว่า “คะแนนความยากง่ายของ SEOของคำนั้นๆ” ซึ่งใน Google Adwords ไม่ได้บอกตรงนี้ จะบอกเพียงการแข่งขันคำโฆษณาของ Google Adwords วิธีการใช้งาน – เข้าไปเว็บไซต์ kwfinder.com(ที่ผมแนะนำเพราะเป็นเว็บไซต์ขั้นพื้นฐาน) – จากนั้น Log in user e-mail ของเราก่อน (เนื่องจากใช้งานฟรี จะมีข้อจำกัดเรื่อง พิมพ์ได้ 5 ครั้งต่อวัน และมีคำค้นหาเพียง 50 คำ แต่หากคุณชอบเว็บไซต์นี้ คุณสามารถซื้อใช้ได้) – จากนั้นพิมพ์คำที่ต้องการในช่องว่าง เลือกประเทศและภาษา จากนั้นกดคำว่า analyze ตัวอย่างที่ผมค้นหาคำว่า “ธุรกิจ” ซึ่งจะปรากฏคำที่เราค้นหาเยอะมาก จากการค้นหาจะขึ้นมาแค่ 50 ตัวเท่านั้น (หมายความว่า คุณต้องอัปเกรตแพ็คเก็ตของคุณ) คำว่า ธุรกิจ มีคนค้นหา 14,000 ครั้งต่อเดือน มี CPC (Cost per Click) คือราคาในการคลิก ซึ่งเวลาเราทำจริง ราคาต่อ $1 มันน้อยมาก มันจะขึ้นอยู่กับการทำโฆษณา Google Adwords มากกว่า แต่คนที่ทำ SEO ผมอยากให้โฟกัสไปที่ การ Search volume(การค้นหาต่อเดือนและกี่ครั้ง) และโปรแกรมนี้ที่เพิ่มเข้ามาคือ คะแนนความยากง่ายของ SEOของคำนั้นๆเวลาที่เราจะทำอันดับนั้นเอง ถ้าตัวเลขเยอะแปลว่า มีความยากในการไต่อันดับ เราทำอันดับขึ้นได้แต่เพียงต้องใช้เวลา แต่ถ้าตัวเลขน้อย เราจะทำการไต่อันดับได้เร็ว เช่น ถ้าเปรียบเทียบคำว่า ธุรกิจร้านกาแฟคะแนน SEO มี 5 คะแนน ซึ่งมีจำนวนน้อย เราสามารถไต่อันดับได้เร็ว หากเปรียบกับคำว่า ธุรกิจ มันมีความหมายกว้าง คะแนน SEO มี 22 คะแนน คุณต้องใช้เวลาในการไต่อันดับ แต่ไม่ได้แปลว่า คำที่ยากจะทำไม่ได้ เพียงแต่ใช้เวลานานขึ้นและต้องใช้ความรู้แบบ SEO ในเชิงลึกมากกว่า
นาทที่ 3:46 – 5:32 สำหรับเบื้องต้น คนที่มีพื้นฐาน SEO และเว็บไซต์ เราสามารถเอา keyword มาวิเคราะห์และนำทางว่า เราจะใช้ keyword ตัวไหนก่อน เมื่อค้นหา keyword ได้แล้ว จะมีการแสดง 10 อันดับแรกใน Google ให้ด้วย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Google SERP แต่หากอยากดูอันดับเพิ่มให้คลิกคำว่า More โดยตัวที่อยากให้ดู คือการที่โปรแกรมนี้เก็บข้อมูลของเว็บไซต์ทั่วโลก นำมาวิเคราะห์และประมวลผลตรง Rank สิ่งที่แสดงคือ เว็บไซต์ตัวไหนที่มีคะแนน Rank สูง แสดงว่า ทำมานานและมีความเชี่ยวชาญทางด้านการทำการตลาด SEO แต่ไม่หมายความว่า Rank สูงจะขึ้นเป็นอันดับต้นๆ เพราะ การทำการตลาด SEO มีหลายปัจจัย อีกอย่างเว็บไซต์นี้ไม่สามารถประเมินได้อย่างครบถ้วน อย่างเช่น ปัจจัยที่ผู้ใช้อ่านเว็บไซต์นานแค่ไหน โปรแกรมนี้ส่วนใหญ่ประมวลผลข้อมูลแค่บางส่วนอย่างเช่น blacklink หรือจำนวน traffic
นาทที่ 5:33 – 7:35 เราสามารถลองหา Keyword แบบง่ายๆ ผมยกตัวอย่าง เช่นคำว่า “ทำธุรกิจอะไรดี” มีคะแนน SEO แค่ 1 เท่านั้น หมายความว่า คู่แข่งน้อย ทำให้เรามีโอกาสไต่อันดับขึ้นมาอยู่หน้าแรกได้ง่ายๆ โดยคะแนนพวกนี้เป็นการนำทาง เพื่อให้เราเห็นภาพเท่านั้น ไม่สามารถยืนยันได้ 100% ขึ้นอยู่กับการอัพเดตของเว็บไซต์นี้ด้วย แต่จากที่ดูคราวๆและผลการค้นหา ถ้าเราใช้ Keyword คำว่า “ทำธุรกิจอะไรดี” เราก็สามารถไต่อันดับขึ้นมาอันดับได้เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญ คนที่ทำ SEO ช่วงแรกๆ เค้าไม่รู้ว่าจะเริ่มใช้ Keywordอะไรก่อนดี แต่เมื่อมีโปรแกรมนี้ช่วยนำทาง เค้าสามารถรู้ได้ว่า จะใช้ keyword อะไรเพื่อไต่อันดับเว็บไซต์ ส่วนคนที่รู้เรื่องการใช้การทำการตลาดแบบ SEO อย่างชำนาญแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ด้านนี้ก็ได้ เพราะ เค้าจะทำหมดเรยทุก Keyword สำหรับคนที่มีเวลาน้อยหรือเพิ่งเริ่มต้น อยากจะค้นหา keyword โปรแกรมนี้สามารถช่วยคุณได้ ซึ่งเป็นจุดเด่นของโปรแกรมนี้
นาทที่ 8:00 – 8:40 นอกเหนือจากนี้ ยังมี PR (page rank) ซึ่งมีการอัพเดตช้า และ social media พวก Facebook, IG, TW, G+ และประมวลผลมาเป็น Rank หากอยากดูข้อมูลมากกว่านี้ ก็ต้องซื้อโปรแกรมนี้ นี้คือตัวอย่างเว็บไซต์ Kwfinder.com เป็นเว็บไซต์การวิเคราะห์ keyword นั้นเองว่ามันยากง่ายหรือไม่
คู่มือการใช้ KWFinder ค้นหา Long-tail Keyword และเจาะอันดับ Google SEO (2026)
KWFinder โดย Mangools เป็นหนึ่งในเครื่องมือวิจัยคีย์เวิร์ดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยจุดเด่นในเรื่องความแม่นยำของการคำนวณค่าความยากง่ายของคีย์เวิร์ด (Keyword Difficulty – KD) และหน้าตาการใช้งานที่เข้าใจง่าย
4 ตัวชี้วัดสำคัญใน KWFinder ที่ต้องวิเคราะห์
- Search Volume & Trend: ปริมาณการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือนและแนวโน้มย้อนหลัง 12 เดือน เพื่อตรวจสอบว่าคำค้นหานั้นกำลังอยู่ในช่วงเติบโต ทรงตัว หรือกำลังเสื่อมความนิยม
- Keyword Difficulty (KD): คะแนนความยากในการติดหน้าแรก (สเกล 0-100) สำหรับเว็บไซต์ใหม่หรือเว็บไซต์ขนาดกลาง ควรโฟกัสคำค้นหาที่มีค่า KD อยู่ในระดับ Green (ต่ำกว่า 30) เพื่อสร้างโอกาสติดอันดับอย่างรวดเร็ว
- Cost Per Click (CPC): ค่าใช้จ่ายต่อคลิกในระบบโฆษณา ตัวเลขนี้เป็นดัชนีชี้วัด Commercial Value หากคำใดมีค่า CPC สูง แสดงว่าเป็นคำค้นหาที่มีมูลค่าทางธุรกิจสูง
- SERP Analysis & Domain Authority: การตรวจสอบเว็บไซต์คู่แข่งที่ครอง 10 อันดับแรก โดยดูค่า Domain Authority (DA) และ Page Authority (PA) เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการแข่งขัน
การจัดกลุ่มคีย์เวิร์ดสู่ Topic Cluster ในยุค Semantic SEO
ในการทำ SEO ยุคปัจจุบัน ไม่ควรสร้างหนึ่งบทความต่อหนึ่งคีย์เวิร์ดอีกต่อไป แต่ควรนำ Long-tail Keywords ที่มี Search Intent ใกล้เคียงกันมารวมเข้าด้วยกันในบทความเดียว เพื่อสร้างเนื้อหาที่ตอบโจทย์อย่างครอบคลุม
หากคุณต้องการวางแผนกลยุทธ์ Keyword Architecture และ Topical Mapping สำหรับธุรกิจ สามารถขอรับคำแนะนำผ่าน บริการที่ปรึกษา SEO และ บริการที่ปรึกษา AI Search
ยกระดับกลยุทธ์การตลาดและ SEO สู่ยุค AI Search 2026
ค้นหาโอกาสใหม่ในการสร้าง Organic Traffic คุณภาพสูง วางโครงสร้างเว็บไซต์ให้พร้อมสำหรับ Google AI Overviews และ Generative Engine Optimization (GEO) ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Warrior SEO

