3 เส้นทางทำเงินธุรกิจการสอนออนไลน์ SEO&Training

3 เส้นทาง ทำเงิน อาชีพ Infopreneur

ก่อนจะทำธุรกิจการสอน SEO และให้คำปรึกษา เริ่มต้นต้องมี Website และ Facebook  ในการโปรโมทก่อนครับ ในต่างประเทศเรียกธุรกิจการสอนว่าเป็นอาชีพ Infopreneur ขายสินค้าความรู้อยู่ในรูปแบบ Digital Products

วิธีการโปรโมทธุรกิจการสอนออนไลน์ที่ดีที่สุดวิธีหนึง คือการเขียน Blog และให้ความรู้ฟรีเบื้องต้นสม่ำเสมอ อย่างน้อย 10 เนื้อหา/เดือนหรือมากกว่า ทั้งในเว็บไซต์ และ  Fanpage หลังจากมี Blog Website และ Facebook  Fanpage ที่มีการให้ความรู้ฟรีอย่างต่อเนื่องแล้ว จึงสร้าง 3 ช่องทางทำเงินธุรกิจการสอน SEO

เขียนเนื้อหาฟรี อย่างน้อย 10 เนื้อหา/เดือน เป็นเนื้องานที่ 1คน สามารถทำได้ ประเมินจากประสบการณ์ นักรบ

เส้นทางที่ 1 : ขายสินค้าที่คนเข้าถึงได้ง่าย ราคาไม่สูง

สินค้าราคาไม่สูง สินค้าที่คนเข้าถึงได้ง่าย ไม่ได้แปลว่าเป็นของไม่ดีนะครับ เพียงแต่ว่านี้คือ ด่านแรกที่คุณสามารถหยิบยื่นให้ลูกค้าได้ง่าย และลูกค้าก็เข้าถึงคุณได้ง่ายเช่นกัน เสมือนว่า ถ้าสินค้านี้ดี และเป็นประโยชน์กับเขาจริง เขาจะยินดีซื้อสินค้าที่ราคาสูงขึ้น เพื่อได้ประโยชน์สูงขึ้นนั่นเอง สินค้าประเภทนี้ คือ : E-Book และ Audio CD ครับ

ในเมืองไทยมีหลายท่านที่ขายเพียง E-Book อย่างเดียว โดยฝากขายกับ Ookbee, Se-ed, Naiin ก็สามารถทำเป็นรายได้เสริมสร้างเงินให้แบบ กึ่ง Passive Income ได้ตลอดทั้งเดือน จนมองเห็นโอกาสในการทำ Infopreneur เต็มตัวในเวลาต่อมา

ทำไมต้องเป็น E-Book

ข้อดีของ E-Book

  1. ลูกค้าซื้อได้ง่าย ไม่แพง และใช้อ่านเพื่อเรียนรู้เบื้องต้นด้วย
  2. E-Book ดาวน์โหลดได้เร็ว เพราะ File จะเล็กมากเมื่อเทียบกับ DVD Video หรือ คอร์สออนไลน์
  3. E-Book เข้าถึงได้ง่าย และ ฝากขายผ่านตัวแทนได้ง่าย เช่น Ookbee, Se-ed, Naiin หรือ ผ่านนายหน้าออนไลน์ (Affiliate)
  4. E-Book ต่อยอดสู่การทำหนังสือเล่ม สร้าง Personal Brand ได้
  5. สามารถหยิบเนื้อหาใน Blog ทีเขียนฟรีมาปรับแต่ง เป็นหัวข้อ และเติมรายละเอียดให้เข้าใจง่าย และลึกมากขึ้น แล้วนำมาเขียน E-Book ได้
  6. เมื่อเขียน E-Book จะได้ไอเดียใหม่ๆ ที่ต่อยอดไปเขียนใน Blog สร้างเนื้อหาใหม่ๆได้ ไม่มีวันหมด และสร้างฐานผู้อ่านใหม่ได้ผ่าน Google และ Facebook
  7. E-Book เป็นสินค้าแบบ กึ่ง Passive Income ทำเสร็จ ฝากขายได้หลายเดือนและหลายปี มีเวลาเหลือไปเขียน E-Book เล่มใหม่ต่อ

ข้อเด่นชัด คือ การเขียน E-Book มีผลต่อทักษะการเขียน Blog และ Google SEO โดยตรง ช่วยการตลาดได้ดีเยี่ยม ตัวอย่างราคา :  E-BOOK จะอยู่ในช่วง 100-500 บาท อุปกรณ์ที่ต้องมี

  1. โปรแกรมพิมพ์งาน เช่น Word, Google Doc
  2. ภาพประกอบ E-Book

นักรบแชร์

นักรบเคยทำ E-Book อยู่ครั้งหนึงแต่ผลลัพธ์ไม่ดีมากพอ อาจเป็นเพราะเราไม่สะดวกในการขายอะไรยาวๆ ดูมันใช้เวลามากเกินไป ไม่คุ้มการทำ จึงเน้นทำวีดีโอคอร์สที่สั้น กระชับ เห็นภาพการทำงานทันทีดีกว่าครับ เป็นการแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว แต่ละคนอาจไม่เหมือนกันครับ

ทำไมต้องเป็น Audio CD

  1. Audio CD ราคาไม่แพง ลูกค้าซื้อได้ง่าย ถ้าลูกค้าชอบ จะซื้อสินค้าที่แพงขึ้นและมีเนื้อหาเข้มข้นขึ้นไปอีก
  2. Audio CD ฟังได้แม้เดินทางบนรถ ซึ่งสินค้าแบบอื่นมักจะทำไม่ได้
  3. การอัดเสียงใน Audio CD จะฝึกทักษะการพูดได้ดี และต่อยอดสู่การพูดใน Video DVD หรือ คอร์สออนไลน์ได้
  4. การอัดเสียงใน Audio CD จะต่อยอดการเป็น วิทยากร และการจัดสัมมนาได้ เพราะได้ฝึกการพูดไปในตัวแล้ว
  5. Audio CD เป็นสินค้า ที่สามารถฝากขายผ่านตัวแทนได้

ข้อเด่นชัด : Audio CD มีผลต่อทักษะการจัดสัมมนา และวิทยากรโดยตรง ช่วยต่อยอดทักษะการพูดได้ดีเยี่ยม ตัวอย่าง ราคา : Audio CD จะอยู่ในช่วง 100-500 บาท

อุปกรณ์ที่ต้องมี

  1. Software : เช่น Sound Recorder ใน Window
  2. Hardware : ไมโครโฟน

เส้นทางที่ 2 : ขายสินค้าราคาปานกลาง ให้ประโยชน์และละเอียดมากขึ้น

สินค้าราคาปานกลาง ที่ให้ประโยชน์ ช่วยให้เห็นภาพและขั้นตอนได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น มักจะเป็น Video DVD หรือ คอร์สออนไลน์ โดยสินค้าชนิดนี้ จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่ายขึ้น และประหยัดเวลาเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น  สินค้าประเภทนี้ มักจะเป็น Video DVD หรือ คอร์สออนไลน์ (Online Courses) สอนวิธีการ (How To)

ทำไมต้องเป็น Video DVD หรือ คอร์สออนไลน์

วีดีโอจะทำให้ผู้เรียนเห็นภาพ และขั้นตอนการทำได้เข้าใจง่ายกว่า การอ่านและการฟังเพียงอย่างเดียว ผู้เรียนประหยัดเวลาเรียนรู้ได้เร็วกว่าเดิมมาก และได้รับประสบการณ์การเรียนแบบเห็นหน้า และฟังเสียงจากผู้สอน เพิ่มความสะดวกและเป็นมิตรระหว่างผู้เรียนและผู้สอนได้ดียิ่งขึ้น ข้อดีของ Video DVD หรือ คอร์สออนไลน์

  1. ผู้เรียนเห็นขั้นตอนชัดเจน รวดเร็วผ่าน ภาพ เสียง และท่าทางผู้สอน
  2. ผู้เรียนสามารถชมวีดีโอทีไหน ก็ได้ ผ่านคอร์สออนไลน์
  3. การทำ Video จะต่อยอดสู่การจัดสัมมนาได้ เพราะจะเป็นการฝึกพูดและแสดงท่าทางไปในตัวของ Infopreneur
  4. Video DVD หรือ คอร์สออนไลน์ จะมีราคาที่สูงกว่า E-Book และ Audio CD เพราะมีขั้นตอนจัดทำและใช้ทักษะที่เพิ่มเข้ามาเช่น การแสดงท่าทางหรืออัดภาพเคลื่อนไหวประกอบ รวมทั้งลิขสิทธิ์ต่างๆที่ปรากฏบนวีดีโอ
  5. Video DVD หรือ คอร์สออนไลน์ ฝากขายผ่านตัวแทนได้
  6. Video DVD หรือ คอร์สออนไลน์ เป็นสินค้าแบบ กึ่ง Passive Income

ข้อเด่นชัด คือ การทำ Video DVD และ คอร์สออนไลน์  จะฝึกทักษะการพูด และแสดงท่าทาง เพื่อต่อยอดสู่การเป็นวิทยากรและจัดสัมมนาได้ ตัวอย่างราคา :  Video DVD หรือ คอร์สออนไลน์  จะอยู่ในช่วง 500-3,000 บาท Tips :  จุดเด่นสูงสุดข้อหนึงของ Infopreneur คือ สินค้าความรู้ แบบ E-Book, Audio CD, Video DVD และ คอร์สออนไลน์ จะเป็นแบบกึ่ง Passive Income ทำจบขายได้ซ้ำ และมีเวลาเหลือในการสร้างสินค้าต่อ ราคาจะไม่สูงมาก แต่จะทำให้มีเวลาและชีวิตที่ออกแบบได้ แบบ Infopreneur

เส้นทางที่ 3 : สัมมนา, มิตติ้งกลุ่มย่อย, ที่ปรึกษา และโค้ชชิ่ง ให้ประโยชน์และละเอียดสูงสุด

ลูกค้าสามารถสอบถาม และพูดคุยกับผู้สอนได้โดยตรง อีกทั้งได้ Connection ใหม่ๆจากผู้เรียน ได้ทันที ซึ่งเป็นข้อเด่นของงานประเภทนี้ สินค้าประเภทนี้ คือ : สัมมนา, มิตติ้งกลุ่มย่อยๆ , ออกค่าย, โค้ชชิ่ง

ทำไมต้องเป็น สัมมนา, มิตติ้งกลุ่มย่อยๆ , ออกค่าย, โค้ชชิ่ง

การจัดงานเป็นการแบ่งปัน และถ่ายทอดความรู้แบบคลาสเรียน ที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมักจะจัดในสถานที่ที่สะดวกสบายต่อการสอน และการพบปะระหว่างผู้เรียนและผู้สอน  ซึ่งเป็นก้าวถัดมาของผู้เรียนที่ต้องการได้เจอตัวผู้สอน และสอบถามโดยตรงมากยิ่งขึ้น ถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้

ข้อดี สัมมนา, มิตติ้งกลุ่มย่อยๆ , ออกค่าย, โค้ชชิ่ง

  1. ผู้เรียนจะได้สอบถามปัญหาที่ต้องการ และเรียนรู้กับผู้สอนได้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นข้อดีที่เด่นชัดที่สุดข้อหนึง
  2. ผู้เรียนจะได้ Connection ใหม่ภายในงาน
  3. ผู้สอนสามารถสร้าง Personal Brand ทั้งภาพภายในงานและวีดีโอเพื่อจัดทำการตลาดต่อไป
  4. ผู้สอนสามารถสร้าง Connection ใหม่ๆ โดยการเชิญผู้สอนท่านๆอื่นร่วมงาน เพื่อแบ่งปันความรู้ได้อีกด้วย
  5. การจัดสัมมนาจะช่วยเสริมภาพลักษณ์และการสร้าง Brand ต่อยอดสู่การเขียนหนังสือ, ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ และสื่อต่างๆได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ข้อเด่นชัดที่มีผล คือ จะช่วยสร้าง Personal Brand ที่เห็นชัดที่สุด ถึงความเป็นมืออาชีพและชื่อเสียง อีกทั้งรายได้จากการจัดต่อครั้งจะสูงอีกด้วย ตัวอย่างราคา :  ราคา 3,000 – 20,000 บาท

ปัญหาของธุรกิจการสอน

  1. สร้างเนื้อหาฟรี ใน Blog Website และ Fanpage น้อยเกินไป และไม่ทำสม่ำเสมอ ทำให้ขายสินค้าความรู้ได้ยาก
  2. ไม่พัฒนาตัวเองเพิ่ม ทำให้มีความรู้น้อยเกินไปที่จะขาย
  3. ไม่ฝึกการเขียน ทั้งใน Blog, E-Book และ Fanpage ทำให้ไม่มีหนังสือและ E-Book ขาย
  4. ไม่ฝึกการอัดเสียงลง Audio CD ทำให้ไม่มีสินค้าชนิดนี้
  5. ไม่ฝึกการอัด Video ทำให้ไม่มีสินค้าชนิดนี้
  6. ไม่ฝึกการทำเว็บไซต์ และการตลาดออนไลน์ ทำให้ไม่มีช่องทางการขาย

Tips : ทุกอาชีพมีปัญหา และการแก้ไขปัญหาธุรกิจนี้  คือ การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการให้และแบ่งปันความรู้ คุณต้องเริ่มต้นด้วยการให้ความรู้ผู้คนก่อน แล้วจึงค่อยเปลี่ยนความรู้นั้น ที่ละเอียดและมีคุณประโยชน์มากขึ้นเป็นสินค้าเพื่อขายในภายหลัง

ประโยชน์ของ Digital Products

Digital Products คือ สินค้าดิจิทัลที่อยู่ในรูป Audio,Video หรือคอร์สออนไลน์

  1. สินค้าความรู้แบบกึ่ง Passive Income จะทำที่ไหน และเวลาใดก็ได้
  2. E-Book, หนังสือเล่ม, Audio CD, Video DVD และ คอร์สออนไลน์ เป็นสินค้าแบบกึ่ง Passive Income ทำเสร็จขายซ้ำได้ มีเวลาเหลือสร้างสินค้าใหม่ เพิ่มรายได้มากขึ้น

Tips : สินค้าความรู้ (Info Products) ของธุรกิจการสอน ไม่ต้องมีมากหมายหลายร้อยชิ้น คุณอาจมีเพียง E-Book, Audio CD, Video DVD / คอร์สออนไลน์ และ จัดงาน ก็เพียงพอต่อการทำธุรกิจการสอนแบบ Infopreneur แล้วครับ

สรุป

นี้เป็นการสรุปเกี่ยวกับอาชีพธุรกิจการสอนออนไลน์ Infopreneur และจากประสบการณ์ที่นักรบทำธุรกิจการสอน SEO ออนไลน์มา ก็พอจะเล่ามาได้ประมาณนี้ครับ หวังว่าอ่านแล้วจะได้ไอเดียกลับไปครับ